หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow ข่าวย้อนหลัง arrow อบรมสื่อสารด้วยหัวใจเพื่อสร้างสันติ ครู-บุคลากรโรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
การศึกษาเพื่อสิทธิ&สันติภาพ
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)



จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 45 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 105:"40 ปี ยส."

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 105


วันสันติสากล 1 มกราคม 2018

 สารวันสันติสากล
1 มกราคม 2018
ผู้อพยพและผู้ลี้ภัย คือ
ชายหญิงที่มุ่งแสวงหาสันติภาพ


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 2 และ3

 หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร
ภาคที่ 2 และ3
 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 1

หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร ภาคที่ 1



หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง



โปสเตอร์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ พ.ศ.2532

โปสเตอร์
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
แห่งสหประชาชาติ
พ.ศ.2532


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

 

Donation / สนับสนุนการดำเนินงาน

ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ของ
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ (ยส.) 

  • โอนเข้าบัญชี ในนาม
    คณะกรรมการฯ แผนกยุติธรรมและสันติ 
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้วยขวาง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 002-8-02590-4
    (กรุณา Fax สำเนาการโอนเงินมาที่ 0 2692 4150)
    (หรือส่งสำเนาการโอนเงินทางอีเมล์ ccjpthai@gmail.com)

  • ทางธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “ปริญดา วาปีกัง” ตู้ ปณ. สุทธิสาร (10321)
    114 (2492) ถ.ประชาสงเคราะห์ ซอย 24 ดินแดง กรุงเทพฯ 10400
อบรมสื่อสารด้วยหัวใจเพื่อสร้างสันติ ครู-บุคลากรโรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา พิมพ์
Friday, 25 May 2012

อบรมสื่อสารด้วยหัวใจเพื่อสร้างสันติ

 ครู -บุคลากรโรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา

 

Image 


สื่อสารด้วยหัวใจ เพื่อความรัก ความเข้าใจตัวเองและคนอื่น พูดแบบสังเกตแทนที่จะตัดสินคนอื่น หาความรู้สึก ความต้องการของคนที่เราติดต่อด้วย พูดด้วยการขอร้อง ไม่ใช่บังคับหรือไปสั่งเขาให้ทำ หมั่นฝึกการพูดด้วยภาษายีราฟแบบบอกใจเราและเดาใจเขา และมีวิธีการมากมายที่จะตอบสนองความต้องการในเรื่องเดียวกันได้ การยึดติดกับบุคคลหรือวิธีการใดวิธีการหนึ่งจะนำมาซึ่งความทุกข์หรือความรุนแรงได้

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกความยุติธรรมและสันติ (ยส.) ร่วมกับโรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา จ.ชลบุรี จัดอบรม "สื่อสารด้วยหัวใจ สื่อสารเพื่อสันติ (ขั้นต้น) เติมเต็มความรัก ความเข้าใจและแก้ไขปัญหาในโรงเรียน ครอบครัว ชุมชน อย่างสร้างสรรค์" ให้กับคณะครูและบุคลากรสนับสนุนของโรงเรียน โดยวิทยากรคือ คุณนริศ มณีขาว ระหว่างวันที่ 5 -10 มีนาคม และ 23 - 24 เมษายน ที่ผ่านมา โดยแบ่งการอบรมออกเป็น 8 รุ่น รุ่นละ 1 วัน ครูเข้ารับการอบรม 322 คน บุคลากรสนับสนุน 108 คน

Imageคุณพ่อวัชรินทร์ สมานจิต ผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา เป็นประธานวจนพิธีกรรมเปิดการอบรมกล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ เป็นกิจกรรมสืบเนื่องจากปีที่แล้ว ที่คณะครูได้รับการอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชนเบื้องต้นและอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก การอบรมครั้งนี้มีเนื้อหาลงลึกไปในจิตใจแต่ละคน เป็นการฝึกปฏิบัติในหนทางแห่งการค้นพบความสุข บ่อยครั้งเรามักคิดว่าต้นเหตุแห่งความทุกข์มาจากปัจจัยภายนอก จากคนอื่นกระทำต่อเรา แต่ลึกๆ แล้วเป็นที่ตัวเราเองที่ไม่ประสานรอยร้าวในใจ แต่ถ้าเราเปิดใจ ให้ความยุติธรรมต่อตัวเรามากเท่าไร เราก็จะพบหนทางที่จะเป็นสุข ช่วยให้เราพบจุดเปลี่ยนของชีวิต หรือแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุข

คุณนริศกล่าวถึง เทคนิคง่ายๆ ในการฝึกการ สื่อสารด้วยหัวใจ เพื่อสร้างสันติด้วย 4 ขั้นตอนคือ 1. สังเกต 2. รู้สึก 3. ต้องการ 4. ขอร้อง

สังเกต

คุณนริศเผยว่า "ตอนที่ทำเรื่องนี้ พบว่าชีวิตของผมตัดสินมากกว่าสังเกต จาก 10 เรื่อง ผมตัดสินไปแล้ว 9 เรื่อง เรามักตัดสินไปโดยไม่รู้ตัว การสังเกตคือการบอกสิ่งที่ได้เห็นได้ยิน โดยปราศจากการตัดสิน ตีความ เหมือนบันทึกด้วยกล้องวีดิโอ ยาวไม่เกิน 40 คำ (คือพูดให้สั้น กระชับ) ถ้าจะพูดถึงคำพูดคนอื่นแบบสังเกต มีหลักว่า เมื่ออ้างถึงคำพูดของใคร พูดให้ตรงกับคำพูดของเขา แทนใช้คำพูดของเรา เช่น "ฉันได้ยินคุณพูดว่า...."

ImageImage 

รู้สึก
ผู้เข้าอบรมได้ฝึก การเดาความรู้สึกของเพื่อน โดยเขียนวลีหรือประโยคที่มักจะพูดเวลาที่มีอารมณ์เดือดดาล อารมณ์ไม่ดี ให้ทายใจกันว่าที่พูดประโยคนั้นออกมารู้สึกอย่างไร โดยฝ่ายหนึ่งพูดประโยคที่เขียนให้เพื่อนฟัง เพื่อนที่รับฟังก็ทายความรู้สึกของผู้พูด ถ้าเราทายความรู้สึกของเพื่อนได้ตรง เขาจะสบายใจขึ้น รู้สึกว่าเราเข้าใจเขา หัวใจของการสื่อสารด้วยหัวใจคือ หาความรู้สึกของเขาให้เจอก่อน การเดาใจมีข้อยกเว้นคือถ้าเขากำลังรู้สึกโมโห โกรธ เขาได้สะท้อนความรู้สึกของเขาออกมาชัดมาก เราไม่ต้องไปเดาใจเขา ให้รับฟังไว้ก่อน

เมื่อคนเราโกรธ มักจะบอกว่าคนอื่นทำให้เราโกรธ โมโห แต่ความจริงแล้วตัวเราเองเป็นคนโกรธ คนอื่นเป็นเพียงสิ่งกระตุ้นเท่านั้น ขอให้นั่งเงียบๆ แล้วคิดดูว่า ทำไมถึงโมโห เพราะความโมโหไม่ได้เกิดจากคนอื่นแต่เกิดจากตัวเอง โมโหเพราะความต้องการที่อยู่ในใจไม่สมหวัง ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราถือ เราให้คุณค่าหรือเห็นว่าสิ่งนั้นสำคัญ เช่น ถือเรื่องศักดิ์ศรีแล้วรู้สึกว่าศักดิ์ศรีของตนเองโดนกระทบ ถ้าจะแก้ ให้แก้ที่ตัวเรา แล้วเราจะสบายใจขึ้น ให้ลองสังเกตว่าตัวเราถืออะไรเป็นสิ่งสำคัญ

ImageImage

ต้องการ
ผู้เข้ารับการอบรมค้นพบความต้องการด้วย กิจกรรมไพ่ทายใจ หาความต้องการหรือสิ่งที่เรา "ถือ" ว่าเป็นสิ่งสำคัญในชีวิต โดยให้คิดถึงเรื่องในอดีตที่ไม่สบายใจ มีความทุกข์ มีปัญหาชีวิตสักหนึ่งเรื่อง แล้วเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟัง โดยไพ่แต่ละใบมีความต้องการต่างๆ เขียนไว้ เช่น กำลังใจ ความรัก ความเข้าใจ ความปลอดภัย ฯลฯ หลังจากเล่าเรื่องเสร็จให้เพื่อนทายว่าคนที่เล่าเรื่องนั้นต้องการอะไร โดยทิ้งไพ่ใบที่เขียนความต้องการที่คิดว่าใช่ เจ้าของเรื่องให้บอกเพื่อนว่าคำไหนโดนใจ อันไหนไม่ใช่ก็ให้บอกตรงๆ ถ้าความต้องการมาเจอกันจะเกิดความเข้าใจ เมื่อเพื่อนทายความต้องการเราถูกจะรู้สึกดีใจ โล่งใจ สบายใจขึ้น

ความต้องการและวิธีการ
มนุษย์ทุกคนมีความต้องการเหมือนกัน เช่น ความรัก ความเข้าใจ อยากช่วยเหลือ มีวิธีการมากมายที่จะตอบสนองความต้องการของเรา การยึดติดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือวิธีการใดวิธีการหนึ่งจะนำไปสู่ความทุกข์หรือความรุนแรงได้ คนเราทะเลาะกันเพราะไปติดที่วิธีการ เช่น ต้องการการพักผ่อนเหมือนกัน แต่วิธีการที่จะให้เกิดการพักผ่อนมีมากมาย เช่น นอน เที่ยว กิน ซื้อของ ไปหาเพื่อน ดูทีวี ถ้าเราไปยึดติดความรักกับใครคนใดคนหนึ่ง ความรุนแรงจะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราไม่ได้รับความรักจากแฟนก็จงปล่อยเขาไป ยังมีความรัก ความเข้าใจได้จาก พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน ตนเอง พระเจ้า

ภาษาหมาป่า - ภาษายีราฟ
ผู้เข้าอบรมได้ฝึกการใช้ภาษาสองแบบที่แตกต่างกันคือ ภาษาหมาป่าและภาษายีราฟ

ImageImage

ภาษาหมาป่า เป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสารที่กีดกันไม่ให้เราเข้าถึงความกรุณา พูดแล้วไม่เข้าถึงใจหรือไม่เข้าใจกัน เพราะหมาป่าตัวเตี้ย มองใกล้ตัว สื่อสารแบบกล่าวโทษ ตำหนิ ตัดสินตัวเองหรือคนอื่น หรือพูดง่ายๆ ว่าด่านั้นเอง ภาษา หมาป่า - หูออก คือชี้ไปที่คนอื่น ใครพูดอะไรมาจะด่ากลับไป ต่อว่าคนอื่น หมาป่า - หูเข้า จะวิจารณ์ตัวเอง

ภาษายีราฟ เป็นสัญลักษณ์ของการสื่อสารด้วยความกรุณา ความเข้าใจ ยีราฟเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ คอยาว เป็นสัตว์บกที่หัวใจใหญ่ที่สุด เป็นสัญลักษณ์ของการพูดด้วยหัวใจ พูดอย่างเข้าใจความรู้สึก ความต้องการของตัวเองและคนอื่น ภาษายีราฟ - หูเข้า "บอกใจเรา" เมื่อได้ยินคนอื่นพูดกับเรา เรารู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร เช่นได้ยินแล้ว เสียใจ ไม่สบายใจ ต้องการความเข้าใจ เมื่อบอกไปแล้วจะสบายใจขึ้น ยีราฟ - หูออก "เดาใจเขา" เดาใจคนที่พูดประโยคนั้นกับเราว่าเขารู้สึกอย่างไร ต้องการอะไร

ImageImage 

เมื่อทดลองพูดแล้วสรุปได้ว่า ภาษาที่พูดง่ายที่สุดคือ หมาป่าหูออก คือด่าเขา ส่วนภาษาที่พูดยากที่สุดคือ ยีราฟหูออก จำเป็นที่เราต้องฝึกพูดภาษายีราฟ หรือภาษาของหัวใจเพราะว่าเราไม่คุ้นเคย พูดไม่ค่อยออก แต่เราพูดภาษาหมาป่าเป็นประจำ ทันทีทันใด การสื่อสารด้วยหัวใจเหมือนการฝึกพูดภาษาใหม่ของเรา แต่ถ้าพูดไปเรื่อยๆ ก็จะคล่องขึ้น ง่ายขึ้น ลองฝึกพูดทุกวัน

ขอให้สบายใจได้ว่าในตัวเรามีทั้งยีราฟและหมาป่าอยู่ บางคนอาจรู้สึกว่าตัวเองเป็นหมาป่าอยู่ตลอดเวลา แต่ทุกครั้งที่เราพูดภาษาหมาป่าออกไป ให้สำรวจใจเราเพราะในใจเรามียีราฟน้อยๆ ซ่อนอยู่เสมอ เมื่อเราต่อว่าคนอื่นไป ก็เพราะเราอยากช่วย หวังดี เอาใจใส่ มีความรัก ความงดงามซ่อนอยู่ คนที่เราไม่ชอบ จริงๆ เราไม่ได้เกลียดเขา แต่ไม่ชอบที่เขาพูดอย่างนั้น เพราะเราต้องการความเคารพ ให้เกียรติกัน

ImageImage 

ขอร้อง
ผู้เข้ารับการอบรมฝึกการขอร้องโดยจับคู่กันและขอร้องเพื่อนในสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ ขอร้องแบบแรกบอกว่า แค่นี้ทำให้ไม่ได้เหรอ แล้วเปลี่ยนมาเป็นขอร้องโดยบอกว่า ทำให้ได้ก็ขอบคุณมาก ถ้าไม่ได้ก็ขอให้สบายใจ ไม่เป็นไร เราเข้าใจ การขอร้องแบบที่ 1 เราไม่ชอบ ไม่สบายใจ จำใจทำ แต่ถ้าเป็นแบบที่ 2 ผู้ฟังจะรู้สึกชอบ เต็มใจ สิ่งสำคัญเวลาขอร้องคือ ขอร้องไม่ใช่การบังคับหรือคำสั่ง เขาต้องสบายใจที่จะทำ เพราะทุกคนมีความสุขที่จะให้ ชอบช่วยคนอื่น ขออย่างเดียวคือมีอิสระที่จะให้ เวลาที่ขอบอกให้ชัดเจนว่าต้องการให้ช่วยอะไร หลีกเลี่ยงคำว่า อย่า / ไม่ เพราะจิตใจของคนเรารับได้แต่คำธรรมดา ไม่รับคำสั่ง ถ้าต้องการขอร้องก็ให้บอกไปตรงๆ เลย เช่น ขอให้เบาเสียงหน่อย, ขอให้ดื่มเหล้าให้น้อยลง, ลดสูบบุหรี่เหลือวันละครึ่งซองได้ไหม รวมทั้งเลี่ยงคำว่า ควร (จะ)/ น่าจะ/ ต้อง เพราะฟังแล้วอึดอัด เหมือนโดนบังคับใจ

การสื่อสารอย่างสันติ 4 ประโยค

ผู้เข้าอบรมได้ฝึกใช้ภาษายีราฟโดยคิดเลือกหนึ่งเรื่องที่จะไปขอร้อง ลูก สามี ภรรยา เพื่อน ฯลฯ ด้วย 4 ประโยคคือ สังเกต/ รู้สึก /ต้องการ/ ขอร้อง แล้วเขียนออกมา จากนั้นจับคู่ลองพูดกัน ถ้าเขาปฏิเสธก็ให้เดาใจเขา ลองดูว่าใช้ภาษายีราฟแล้วได้ผลหรือไม่ โดยในวันที่อบรมบุคลากร มีคู่ที่เป็นสามี ภรรยากัน ฝ่ายสามีเปิดเผยว่า แฟนเคยขอร้องให้เลิกสูบบุหรี่ ตอนแรกบอกว่าเลิกไม่ได้ แต่ในที่สุดก็ยอมเลิกสูบเพราะรู้ว่าภรรยาไม่ชอบควันบุหรี่และกลิ่นบุหรี่ที่อยู่ในห้อง ที่เลิกได้ก็เพราะรักภรรยา ซึ่งภรรยาก็ดีใจมากที่สามีเลิกบุหรี่ได้

สี่ขั้นตอนการพูดนี้อาจไม่จำเป็นก็ได้ แต่สิ่งสำคัญจะต้องมีหัวใจยีราฟที่ซ่อนอยู่ ความรักที่ซ่อนอยู่ พูดด้วยใจ และหาเวลาดีๆ ที่จะพูดกัน เวลาที่สบายใจของทั้งสองฝ่ายจะขอร้องง่าย เวลาที่โมโหอยู่อย่าเพิ่งไปขอร้อง

ImageImage 

บอกเล่าความในใจจากการเรียนรู้ในวันนี้
กิจกรรมสุดท้ายให้มีเวลาทบทวนตัวเองว่า ก่อนการเรียนรู้การสื่อสารด้วยหัวใจ และเมื่อได้เรียนรู้การสื่อสารด้วยหัวใจแล้ว ตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง ในใจมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร


โดยกลุ่มครูได้สะท้อนว่า

  • ก่อนอบรมฉันเหมือนหมาป่าที่คอยกัดคนอื่นโดยไม่สนใจความรู้สึกของใคร แต่เมื่อฉันเรียนรู้การสื่อสารด้วยหัวใจแล้ว ฉันอยากจะเป็นยีราฟที่เข้าใจคนอื่นและมองโลกในด้านดี อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อคอยให้กำลังใจคนรอบๆ ข้าง

  • เมื่อก่อนเราตัดสินคนอื่นโดยไม่ถาม ไม่มองความรู้สึกของคนอื่น เอาแต่กล่าวโทษผู้อื่น ต่อไปนี้จะหยุดและพิจารณาอารมณ์ ความรู้สึกของตัวเองและผู้อื่น ก่อนจะกล่าวหรือกระทำอะไรออกไป เพื่อพยายามไม่ให้กระทบใจผู้อื่น ลดความรุนแรงลง

  • ฉันเห็นตนเองเหมือนคนบ้า บ้าอำนาจ สั่งนักเรียนตลอด แต่เมื่อฉันเรียนรู้การสื่อสารด้วยหัวใจแล้ว ฉันจะปรับปรุงตนเองในเรื่องของการพูดและการสื่อสารโดยจะใช้เป็นการสังเกต รู้สึก ต้องการ และขอร้องแทน

  • ก่อนการอบรมรู้สึกไม่ค่อยจะให้อภัยคน และไม่ยอมรับในเรื่องที่เราถูกเอาเปรียบจากคนอื่น แต่เมื่ออบรมแล้วรู้สึกว่าถ้าเรารู้จักให้อภัย และยอมรับในสิ่งที่คนอื่นเป็น มองคนอื่น เหมือนมองตัวเองในกระจก ทำให้รู้สึกดี มีความสบายใจมากขึ้น

  • เมื่อได้เรียนรู้การสื่อสารด้วยหัวใจแล้ว ฉันเห็นว่า ฉันพูดจาทำร้ายจิตใจผู้อื่นมากมาย และในใจของฉันมีการเปลี่ยนแปลง คือ ฉันควรใช้คำพูดที่ดีให้มากขึ้น ใช้ประโยคเชิงขอร้อง มากกว่าคำสั่ง ใช้คำพูดที่ได้จากการสังเกตมากกว่าการตัดสิน

  • วิธีการพูดที่จะทำให้เราเข้าใจผู้อื่น และผู้อื่นเข้าใจเราได้ดีขึ้น คือ การพูดโดยใช้ใจ

ImageImage 


สำหรับกลุ่มบุคลากรสนับสนุนได้เผยถึงสิ่งที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้ว่า

  • รู้วิธีที่จะไปขอร้องสามีในเรื่องการใช้เงินให้น้อยลง

  • รู้วิธีการพูดกับคนอื่น การใช้คำพูดว่าอันไหนควรพูด อันไหนไม่ควรพูด

  • วิธีการพูดเพื่อสอนลูก เพื่อเขาจะได้รู้ว่าแม่เป็นห่วงเขามาก

  • สบายใจที่ได้เปิดใจ รู้จักที่จะเริ่มต้นในการพูดจา เพื่อความเข้าใจกันในการแก้ปัญหาครอบครัวต่อไป

  • ที่ผ่านมาปากมากกับเพื่อนแต่ก็รู้สึกดี เพราะถึงมีหมาป่าก็ยังมียีราฟในตัว วิธีการแบบนี้จะลองเอาไปใช้กับลูกเพราะเป็นคนพูดไม่เพราะกับลูก ชอบบังคับลูก

ภูมินทร์ พงษ์ไกรกิตติ : รายงาน 

 

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >