หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow ข่าวย้อนหลัง arrow สถานการณ์แรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : ฝ่ายเผยแพร่เพื่อการมีส่วนร่วม ยส.
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
สิทธิมนุษยชนศึกษา
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 142 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

รับข่าวสารฟรีจาก ยส.

ใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน




แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 82: สายใย สัมพันธ์ เกื้อกูล: มนุษย์ จิตวิญญาณ ธรรมชาติ

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 82 


หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

สถานการณ์แรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : ฝ่ายเผยแพร่เพื่อการมีส่วนร่วม ยส. พิมพ์
Wednesday, 06 May 2009

 สถานการณ์แรงงานข้ามชาติในประเทศไทย

ฝ่ายเผยแพร่เพื่อการมีส่วนร่วม ยส. 

Image
รัฐบาลไทยได้เริ่มมีนโยบายอนุญาตให้มีการจ้างแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อน บ้าน ที่มีสถานะเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ และ พ.ร.บ.การทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.๒๕๒๑ อนุญาตให้จ้างผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอยู่ระหว่างรอการส่งกลับ แต่อนุญาตให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๓๕ โดยเริ่มให้มีการจ้างแรงงานข้ามชาติจากพม่าในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย - พม่า ๙ จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ กาญจนบุรี ตาก ระนอง ประจวบคีรีขันธ์ แม่ฮ่องสอน ราชบุรี และสมุทรสาคร

Imageหลังจากนั้นได้เปิดให้มีการจ้างแรงงานข้ามชาติเพิ่มขึ้นเป็นสามสัญชาติ คือ พม่า ลาว และกัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่ขาดแคลนแรงงาน เช่น จังหวัดที่มีการประกอบกิจการประมงทะเล ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ จำนวน ๔๓ จังหวัด ให้ทำงานได้เฉพาะ ๘ กลุ่มอุตสาหกรรม คือ เกษตรกรรม ก่อสร้าง ประมงทะเล ต่อเนื่องประมงทะเล ขนถ่ายสินค้าทางน้ำ เหมืองแร่/เหมืองหิน การผลิต และคนรับใช้ในบ้าน และขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ ในปี ๒๕๔๑ เป็น ๕๔ จังหวัด ๔๗ กิจการ โดยหลังจากปี ๒๕๔๑ นโยบายแรงงานข้ามชาติเป็นนโยบายปีต่อปีมาโดยตลอด ในปี ๒๕๔๒ - ๒๕๔๓ ให้จ้างงานได้ ๔๓ จังหวัด ๑๘ กิจการ จนครบ ๗๖ จังหวัด ในปี ๒๕๔๔ และมีกิจการที่อนุญาตทำงานทั้งสิ้น ๑๐ กิจการ ปี ๒๕๔๕ ได้รวมกิจการที่อนุญาตให้ทำเข้าเป็น ๖ กิจการ

จนกระทั่ง ปี ๒๕๔๗ รัฐบาลมีนโยบายให้จัดทำทะเบียนประวัติสำหรับแรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองอย่าง ผิดกฎหมาย สัญชาติ กัมพูชา พม่า และลาว ซึ่งอาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทย หรือเป็นแรงงานข้ามชาติ มาขึ้นทะเบียน ทร.๓๘/๑ ทั่วประเทศ ซึ่งผลจากการสำรวจแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย พบว่ามาขึ้นทะเบียน ทร.๓๘/๑ จำนวน ๑.๒ ล้านคน จากจำนวนแรงงานข้ามชาติในขณะนั้นคาดว่ามีจำนวนทั้งสิ้น ๒ ล้านคน สำหรับการขึ้นทะเบียน ทร.๓๘/๑ แรงงานข้ามชาติต้องเสียค่าธรรมเนียมเอกสารในการทำทะเบียนประวัติ ไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ทั้งนี้ หลังจากขึ้นทะเบียน ทร.๓๘/๑ แล้ว แรงงานข้ามชาติจะได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ต่อในประเทศไทยได้จนถึงปี ๒๕๔๘ โดยที่ยังไม่มีงานทำก็ได้ แต่หลังจากปี ๒๕๔๘ เป็นต้นไป แรงงานต่างด้าวที่มี ทร.๓๘/๑ แล้วเท่านั้น ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานจากกระทรวงแรงงาน จึงจะสามารถอยู่ต่อในประเทศไทยได้แบบปีต่อปี หากแรงงานข้ามชาติที่มีใบ ทร.๓๘/๑ อยู่แล้ว แต่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจากกระทรวงแรงงานถือว่าเป็นแรงงานที่ผิด กฎหมาย และต่อมาในปี ๒๕๔๙ รัฐบาลเปิดให้มีการรายงานตัวขึ้นทะเบียนแรงงานและผู้ติดตามกลุ่มใหม่ทำให้ ยอดของแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามจากสามประเทศเพิ่มขึ้นถึง ๑,๕๒๓,๒๘๙ คน

Imageสำหรับสถานการณ์การจ้างแรงงานต่างชาติทุกประเภท ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ จากฝ่ายทะเบียนและข้อมูลสารสนเทศ กลุ่มพัฒนาระบบควบคุมการทำงานของคนต่างด้าว สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน (๒๕๕๑) สรุปไว้ว่า มีแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศ รวมทั้งสิ้น ๘๐๕,๗๖๔ คน โดยเกือบหนึ่งในสี่หรือจำนวน ๑๘๘,๕๘๓ คน ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ รองลงมาคือปริมณฑลมีจำนวนมากกว่า ๑๖๐,๐๐๐ คน ใกล้เคียงกับแรงงานที่ทำงานในภาคใต้ ส่วนแรงงานที่ทำงานอยู่ในภาคกลางและภาคเหนือมีจำนวนใกล้เคียงกันคือ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ และ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ขณะที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนน้อยที่สุดไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ คน หรือเพียง ๒ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

และจากข้อมูลของกรมการจัดหางาน ได้รายงานเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ ว่าจากการสำรวจความต้องการพบว่า นายจ้างยังมีความต้องการจ้างแรงงานข้ามชาติทั้งสิ้น ๑,๓๑๒,๑๗๐ คน ขณะที่มีแรงงานข้ามชาติที่ได้รับอนุญาตทำงานเพียง ๕๐๑,๕๗๐ คน ทั้งนี้ยังมีความต้องการแรงงานอยู่อีก ๘๑๐,๖๐๐ คน ซึ่งทางกรมการจัดหางานได้มีการดำเนินการเร่งพิสูจน์สัญชาติ และนำเข้าแรงงานข้ามชาติตามด้วยข้อตกลงความเข้าใจระหว่างประเทศ (MOU; Memorandum of Understanding) ซึ่งในจำนวนนี้มีเพียง ๑๗,๐๐๐ คน ที่เดินทางเข้าประเทศโดยตรงภายใต้ระบบนี้ Imageและที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติอีก ๙๐,๖๕๔ คน เป็นเหตุให้มีแรงงานส่วนหนึ่งในจำนวนกว่า ๑ ล้าน คนที่ยังคงอาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย

ประเภทการจ้างงานที่มีแรงงานข้ามชาติทำงานในปัจจุบัน

เนื่องจาก กฎหมายได้กำหนดให้สามารถจ้างแรงงานข้ามชาติทำงานได้ใน ๒ อาชีพ คือ กรรมกรและคนรับใช้ในบ้าน โดยนิยามว่า เป็นงานที่ไม่ได้ใช้ความรู้ ใช้กำลังกายทำงานซ้ำๆ แรงงานข้ามชาติจึงทำงานในแต่ละประเภทดังนี้

๑. ภาคเกษตร/เลี้ยงสัตว์/ประมง ได้แก่ คนงานในสวน คนงานในเรือประมง แรงงานตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว แรงงานเลี้ยงผึ้ง แรงงานทำนา นาบัว นาเกลือ เป็นต้น

๒. ภาคการก่อสร้าง ส่วนใหญ่เป็นแรงงานก่อสร้าง

๓. ภาคการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะใช้แรงงานไร้ฝีมือ งานกรรมกรแบกหาม หรืองานที่ต้องทำซ้ำๆ โรงงานเย็บผ้า โรงงานทอผ้า โรงงานภาพพลอย โรงงานทำกระดาษ โรงงานแปรรูปไม้ โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานบรรจุแก๊ส โรงหล่อ โรงกลึง โรงพิมพ์ โรงเลื่อย สิ่งทอ

Image๔. ภาคการค้าปลีกและค้าส่ง ในกิจการที่หลากหลาย เช่น ร้านขายซ่อมรถยนต์ ขายวัสดุก่อสร้าง ขายผักผลไม้ ขายพืชผลทางการเกษตร กิจการขายอาหาร ปั๊มน้ำมัน ร้านขายของชำ กิจการขายปลีก - ส่งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย พลาสติก อาหารกระป๋อง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องดื่ม น้ำแข็ง กระดาษ กระเป๋า รองเท้า เคมีภัณฑ์ ขายของเก่า ซึ่งต้องการแรงงานทั้งในฝ่ายผลิตและพนักงานช่วยขาย

๕. ภาคธุรกิจให้บริการ หมายถึงภาคการจ้างงานที่ให้บริการต่างๆ เช่น โรงแรม ที่พัก รีสอร์ท สถานที่อยู่อาศัยอื่นๆ ร้านขายอาหาร และส่วนใหญ่เป็นคนงานจัดสวนในโรงแรม รีสอร์ท เป็นแม่บ้านทำความสะอาดในโรงแรม หอพัก ทำงานในร้านขายอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น เรือนำเที่ยว ให้เช่าเก้าอี้ชายหาด

๖. ภาคการขนส่ง ทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งต้องการกรรมกรแบกสินค้า แรงงานในโกดัง

๗. ภาคครัวเรือนและบริการชุมชน ได้แก่ คนรับใช้ในบ้าน และแรงงานในกิจการที่เกี่ยวข้องกับบริการสาธารณะในชุมชน เช่น งานอาสาสมัครในมูลนิธิ คลินิก โรงพยาบาล แรงงานในสถานศึกษา คัดแยกสิ่งปฏิกูล ดูดสิ่งปฏิกูล เป็นต้น


 



ข้อมูลอ้างอิงจาก

  • คุณสมพงษ์ สระแก้ว เครือข่ายคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)
    - รายงานผลการศึกษา นายหน้ากับกระบวนการย้ายถิ่นแรงงานข้ามชาติ สัญชาติพม่า กรณีศึกษา แรงงานข้ามชาติ และครอบครัว ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดย เครือข่ายคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ร่วมกับ คณะอนุกรรมการด้านแรงงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

  • รายงานวิจัยเบื้องต้น "การจ้างแรงงานข้ามชาติใน พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.๒๕๕๑ กับการจัดทำบัญชีอาชีพสำหรับคนต่างชาติ โดย กฤตยา อาชวนิจกุล สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กุลภา วจนสาระ นักวิชาการอิสระ

 

สนใจข้อมูลเกี่ยวกับชาวพม่าและแรงงานข้ามชาติ ติดตามได้จาก

  • ศูนย์ข้อมูลพม่า Burma - Info.org
  • เครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ; LPN www.lpnrights.org/
  • ศูนย์ข่าวสาละวิน : สาละวินโพสต์ http://www.salweennews.org/
  • มูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี The Peaceway Foundation http://www.burmaissues.org

 

 

< ก่อนหน้า   ถัดไป >