หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
การศึกษาเพื่อสิทธิ&สันติภาพ
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)

จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 259 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 111:เมื่อโลกปนเปื้อนยาปฏิชีวนะ(Antibiotic)ในอาหารที่เรากิน สิ่งแวดล้อมที่เราอยู่
 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 111


จงสรรเสริญพระเจ้า... การก้าวออกไปอย่างต่อเนื่องของเอเชีย
 หนังสือแปล
จงสรรเสริญพระเจ้า...
การก้าวออกไป
อย่างต่อเนื่องของเอเชีย


วันสันติสากล 1 มกราคม 2020
 สารวันสันติสากล
1 มกราคม 2020
สันติภาพ คือ
หนทางของความหวัง:
การเสวนา การคืนดีกัน
และการกลับใจ
ดูแลระบบนิเวศ
ต้องมุ่งสร้างสันติภาพ


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 2 และ3
 หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร
ภาคที่ 2 และ3
 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 1
หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร ภาคที่ 1



หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ
หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา
หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate
หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง



โปสเตอร์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ พ.ศ.2532
โปสเตอร์
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
แห่งสหประชาชาติ
พ.ศ.2532


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

โรคร้ายเกี่ยวกับสายตา...สายตาที่มองไม่เห็นคนอื่น พิมพ์
Wednesday, 18 January 2017

 จากวารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 61 (มกราคม - เมษายน 2546)


คอลัมน์ : จากหน้าสมุดบันทึก

ต.ตาชั่ง

 

 โรคร้ายเกี่ยวกับสายตา...สายตาที่มองไม่เห็นคนอื่น

 



เราเคยนั่งรถเมล์แล้วทำเป็นมองไม่เห็นคนข้างๆ ไหม...ความจริงก็เห็นนั่นแหละ แต่ไม่อยากสนใจ ไม่อยากมองเห็นซะอย่างนั้น...หรือเคยเข้าไปในลิฟต์ที่มีคนอื่นอยู่ด้วยไหม เราอาจยื่นมือออกไปกดเลขชั้นที่เราต้องการในลิฟต์ โดยไม่ต้องสนใจว่ามือของเราเฉียดเข้าไปใกล้ใครหรือเปล่า ขณะเดียวกับที่ใครคนนั้นก็ทำเป็นไม่เห็นว่ามีมือของเราอยู่ในโลกนี้...

บางครั้งเราก็เดินผ่านคนเปิดประตูตามห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมดัง ที่กำลังโค้งให้เราอย่างงดงาม ฉับพลันคอก็แข็ง ปากปิดสนิท สายตาก็มองไปแต่เบื้องหน้า แล้วทำเหมือนไม่มีใครอยู่ที่นั้นเช่นเคย

หรือยามเช้าในร้านข้าวแกงปากซอย เคยเดินผ่านโต๊ะอื่นแล้วหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ไปอ่านโดยไม่ต้องสบตาคนที่นั่งโต๊ะนั้นให้เสียเวลาซักนิด บ้างหรือเปล่า...

แน่ล่ะ บางทีเราก็มองเห็นคนอื่นๆ อยู่เหมือนกัน แต่พอนึกออกบ้างหรือเปล่าว่าในแต่ละวันสายตาของเรามองไม่เห็นคนข้างๆ กี่ครั้งกี่คราว...สายตาของพวกเราเป็นอะไรไปเสียแล้ว

แต่เอ...บางทีสายตาแบบนี้ก็มีข้อดีเหมือนกันนะ ลองแจกแจงเป็นข้อๆ แล้วก็เห็นว่าเยอะดีดังนี้นะ

อย่างแรก จะได้ไม่ต้องไปมองสายตาเย็นชาของคนอื่นให้มันเจ็บใจ ก็ไม่เห็นมีใครมองตอบเราเลยนี่

ลดความรำคาญไปอีกโข ถ้าเจอเด็กเอาดอกกุหลาบมาขายตามโต๊ะอาหาร ไม่งั้นก็ตื้ออยู่นั่นแหละ ทำเป็นไม่เห็นมันซะเลย เดี๋ยวมันก็ไปแล้วล่ะ

สายตาที่มองไม่เห็นนี่ก็ทำให้ปลอดภัยด้วยนะ เห็นคนลวนลามกัน ขโมยของกัน รุมทำร้ายกัน ทำลายของสาธารณะ ใกล้กับที่เรายืนอยู่ก็ทำเป็นไม่เห็นเข้าไว้ เราจะได้ปลอดภัยหายห่วง ตำรวจก็ไม่ต้องไปแจ้งให้ยุ่งยาก ปากก็ไม่ต้องเที่ยวไปตะโกนให้ใครต่อใครมาช่วยใครก็ไม่รู้จักสักหน่อย ก็มองไม่เห็นนี่นะ ช่วยไม่ได้

สายตาแบบนี้ทำให้ไม่ต้องปวดหัว ใครทำอะไร เดือดร้อนอย่างไร ใครเอาเปรียบใคร สังคมจะยุติธรรมหรือไม่ ธรรมชาติโดนทำลายอย่างไร ไม่ต้องไปสนไม่ต้องไปแลให้ปวดขมอง

...มันจะดีไหมนะ ถ้าพวกเราต้องอยู่ในเมืองที่คนมีสายตาแบบนี้ สายตาที่ไม่ต้องสนใจใครๆ ทั้งนั้น

แต่ถ้าพวกเราได้มีโอกาสไปต่างจังหวัดครั้งใด เราก็มักจะได้ประทับใจกับสายตาที่เป็นมิตรจากคนที่นั่น...และก็ดูเหมือนกับว่าสายตาของเราก็จะเปลี่ยนไปเป็นมิตรให้ใครคนนั้นทันที...

พวกเราเองก็มีสายตาที่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้าได้นี่นา...แล้วจะดีแค่ไหนถ้าในสังคมที่เราอยู่มีแต่คนที่ไม่เมินเฉยต่อกัน มีสายตาที่เป็นมิตรต่อกัน มีแต่น้ำใจต่อกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เราทั้งหลายมีสายตามองไปยังปัญหาในสังคมร่วมกัน มองหาทางออกร่วมกัน ทีนี้ใครจะเป็นคนเริ่ม จะบังคับให้ใครเริ่มก่อนดีล่ะ เริ่มที่จะมองเห็นกันอีกครั้ง เริ่มที่จะใส่ใจกันอีกครั้ง เริ่มที่จะรักษาโรคร้ายเกี่ยวกับสายตาที่เกาะกินพวกเราจนแทบจะมองไม่เห็นใคร ออกไปเสียที...

 

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >