หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow ข่าวย้อนหลัง arrow คุณธรรมความรัก (ตอนที่ 5) โดย บาทหลวงชัยยะ กิจสวัสดิ์
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนกับคำสอนด้านสังคม
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
สิทธิมนุษยชนศึกษา
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)



จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 59 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

รับข่าวสารฟรีจาก ยส.

ใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน




แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 87: นโยบายขายฝัน

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 87 


หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

 

Donation / สนับสนุนการดำเนินงาน

ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ของ
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ (ยส.) 

  • โอนเข้าบัญชี / สั่งจ่ายเช็ค ในนาม “คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ”
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้วยขวาง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 084-2-78751-3
    (กรุณา Fax สำเนาการโอนเงินมาที่ 0-2692-4150)

  • ทางธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “ปริญดา วาปีกัง” ตู้ ปณ. สุทธิสาร (10321)
    2492 ซ.ประชาสงเคราะห์ 24 ถ.ประชาสงเคราะห์ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10400
คุณธรรมความรัก (ตอนที่ 5) โดย บาทหลวงชัยยะ กิจสวัสดิ์ พิมพ์
Wednesday, 08 October 2008

 

 กลับไปอ่าน ตอนที่ 1  ตอนที่ 2  ตอนที่ 3  และ ตอนที่ 4  ก่อน


+++++++++++++++++++++++++++++++


ความรัก (ตอนที่ 5)

  โดย บาทหลวงชัยยะ กิจสวัสดิ์


3. จงรักศัตรู

Image"ท่านทั้งหลายได้ยินคำกล่าวว่า จงรักเพื่อนบ้าน จงเกลียดศัตรู  (44)แต่เรากล่าวแก่ท่านว่า จงรักศัตรู จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่เบียดเบียนท่าน  (45)เพื่อท่านจะได้เป็นบุตรของพระบิดาเจ้าสวรรค์ พระองค์โปรดให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นเหนือคนดีและคนชั่ว โปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม  (46)ถ้าท่านรักแต่คนที่รักท่าน ท่านจะได้บำเหน็จรางวัลอะไรเล่า บรรดาคนเก็บภาษีมิได้ทำเช่นนี้ดอกหรือ  (47)ถ้าท่านทักทายแต่พี่น้องของท่านเท่านั้น ท่านทำอะไรพิเศษเล่า คนต่างศาสนามิได้ทำเช่นนี้ดอกหรือ  (48)ฉะนั้น ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด" (มธ 5:43-48)

นี่คือสุดยอดบัญญัติรัก !!!

สำหรับคนไทยที่ใช้คำว่า "รัก" กับทุกสิ่ง ไม่ว่าจะรักพ่อแม่ รักเพื่อน รักสุนัข รักรถ ฯลฯ คงเห็นว่าพระวาจานี้ช่างฝืนธรรมชาติอย่างยิ่งและไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะขนาดลูกในไส้ของตัวเองแท้ ๆ ยังรักไม่เท่ากันเลย บางคนถึงกับเกลียดขี้หน้าลูกก็มี แล้วจะให้รักศัตรูได้อย่างไรกัน ?

แต่สำหรับชาวกรีกซึ่งแยกศัพท์ที่แปลว่า "รัก" ออกเป็น 4 คำนั้น  พวกเขาไม่เห็นว่าเป็นการฝืนธรรมชาติแต่อย่างใด  คำศัพท์ทั้งสี่คือ

  1. erōs  (เอรอส) หมายถึงความรักระหว่างชายหนุ่มหญิงสาว ซึ่งมักลงเอยด้วยการมีเพศสัมพันธ์  ภายหลังความหมายเลยเพี้ยนเป็น "ความใคร่"
  2. storgē  (สตอร์เก) หมายถึงความรักภายในครอบครัว เช่นพ่อแม่รักลูก ลูกรักพ่อแม่
  3. philia  (ฟีเลีย) เป็น "ความรักอันอบอุ่น" ที่มีต่อมิตรสหาย หรือคนใกล้ชิดที่สุด
  4. agapē  (อากาเป) หมายถึงความปรารถนาให้ผู้อื่นบรรลุความดีสูงสุดโดยไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าผู้นั้นจะปฏิบัติต่อเราเลวร้ายเพียงใดก็ตาม

สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสอนคือ ให้เราปรารถนาดีหรือมี agapē ต่อศัตรูของเรา !

แปลว่า พระองค์ไม่ได้สั่งให้เรา "ตกหลุมรัก" ศัตรูดุจเดียวกับชายหนุ่มตกหลุมรักหญิงสาว (เอรอส) หรือให้เรารักศัตรูเหมือนรักพ่อแม่ ลูกหลาน (สตอร์เก) หรือมิตรสหาย (ฟีเลีย) ซึ่งเป็นการฝืนธรรมชาติอย่างยิ่ง

นอกจากไม่ทรงฝืนธรรมชาติมนุษย์แล้ว พระองค์ยังปรารถนาดีต่อเราอย่างสุด ๆ ที่ทรงสั่งให้รักศัตรู  เพราะแรงจูงใจของพระองค์คือ "เพื่อท่านจะได้เป็นบุตรของพระบิดาเจ้าสวรรค์" (มธ 5:45)

ภาษาฮีบรูไม่ค่อยมีคำคุณศัพท์ จึงต้องเลี่ยงไปใช้คำว่า "บุตรของ"... หรือ "บุตรแห่ง".... (son of...) แล้วตามด้วยคำนามแทน  สำหรับชาวฮีบรู "บุตรแห่งความสว่าง" จึงหมายถึง "คนดี""บุตรของพระเจ้า" หมายถึง "เหมือนพระเจ้า"

แปลว่า "พระเยซูเจ้าทรงประสงค์ให้เรารักศัตรู ก็เพื่อเราจะมีชีวิตเหมือนพระเจ้า" 

พระเจ้าผู้ทรง "โปรดให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นเหนือคนดีและคนชั่ว โปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม" โดยไม่เลือกหน้า (มธ 5:45)

ที่สุด พระองค์ทรงขมวดท้ายสรุปว่า "ฉะนั้น ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด" (มธ 5:48)

เป็นการตอกย้ำวัตถุประสงค์ของพระเยซูเจ้าที่เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ก็เพื่อทำให้เรามนุษย์ "มีชีวิตเหมือนพระเจ้า" !!!

ชีวิตนี้จะมีอะไรประเสริฐเลิศล้ำไปกว่าการมีชีวิตเหมือนพระเจ้าอีกเล่า ?!


ขอลงท้ายด้วยบทสรรเสริญความรักของนักบุญเปาโลดังนี้ (1 คร 13:1-8)

(1)แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาของมนุษย์และของทูตสวรรค์ได้ ถ้าไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็เป็นแต่เพียงฉาบหรือฉิ่งที่ส่งเสียงอึกทึก  (2)แม้ข้าพเจ้าจะประกาศพระวาจา เข้าใจธรรมล้ำลึกทุกข้อ และมีความรู้ทุกอย่าง หรือมีความเชื่อพอที่จะเคลื่อนภูเขาได้ ถ้าไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด  (3)แม้ข้าพเจ้าจะแจกจ่ายทรัพย์สินทั้งปวงให้แก่คนยากจน หรือยอมมอบตนเองให้นำไปเผาไฟเสีย ถ้าไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็มิได้รับประโยชน์ใด (4)ความรักย่อมอดทน มีใจเอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวดตนเอง ไม่จองหอง  (5)ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ความรักไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ  (6)ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง  (7)ความรักให้อภัยทุกอย่าง เชื่อทุกอย่าง หวังทุกอย่าง อดทนทุกอย่าง (8)ความรักไม่มีสิ้นสุด

Image

 

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >