หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
การศึกษาเพื่อสิทธิ&สันติภาพ
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)

จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 134 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 110:เป็นเพราะเจนหรือเป็นเพราะใจ เพราะโลกหมุนเร็วไปหรือเพราะเราไม่ปรับตัว
 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 110


จงสรรเสริญพระเจ้า... การก้าวออกไปอย่างต่อเนื่องของเอเชีย
 หนังสือแปล
จงสรรเสริญพระเจ้า...
การก้าวออกไป
อย่างต่อเนื่องของเอเชีย


วันสันติสากล 1 มกราคม 2019
 สารวันสันติสากล
1 มกราคม 2019
การเมืองที่ดี
ต้องมุ่งสร้างสันติภาพ


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 2 และ3
 หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร
ภาคที่ 2 และ3
 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 1
หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร ภาคที่ 1



หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ
หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา
หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate
หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง



โปสเตอร์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ พ.ศ.2532
โปสเตอร์
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
แห่งสหประชาชาติ
พ.ศ.2532


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

เรียงความจากด้ามขวาน : กรุงเทพธุรกิจ พิมพ์
Wednesday, 23 January 2013
Life Style

วันที่ 16 มกราคม 2556 00:01

เรียงความจากด้ามขวาน

โดย : -



เปิดพื้นที่ความรู้สึก ความหวัง และความฝันที่เหล่าบรรดาคุณครูจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ถ่ายทอดลงบนหน้ากระดาษใน "วันครู"

ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ไฟของความขัดแย้ง และความรุนแรงโหมกระพือปลายด้ามขวาน ในใจของใครหลายคนอาจเต็มไปด้วยคำถาม

เพราะอะไรจึงทำให้มีผู้เสียชีวิต 3,380 ราย บาดเจ็บ 8,388 ราย (นับเฉพาะเหตุความมั่นคง 7,903 คน เหตุการณ์ตั้งแต่ปีพ.ศ.2547 ที่มา : ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา) และเมื่อเทียบกับงบ "ดับไฟ" 182,402 ล้านบาทที่เสียไปนั้น "คุ้ม" ไหม

ในจำนวนนี้ มีครู-อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 157 ราย (10 มกราคม 2556) ร่วมตกเป็น "เหยื่อ" ด้วยอย่างไม่มีทางเลือก

"จดหมายจากครูใต้" ทั้ง 5 ฉบับที่ถูกส่งมานี้ นอกจากถือเป็นการเผยความรู้สึกที่ "ซ่อน" อยู่ภายในใจของเหล่าตัวแทนเรือจ้างจาก "พื้นที่สีแดง" ให้กับสังคมได้รับรู้

อีกแง่หนึ่ง ยังสะท้อนความฝัน และความหวังถึงสันติสุขในวันพรุ่งนี้ที่ "บ้าน" ของพวกเขาเองอีกด้วย


ขอสันติสุขจงบังเกิด

ดิฉันเป็นคนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ดิฉันได้เลือกที่จะมาทำงานที่นี่ เพราะอยากมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ซึ่งมีความเป็นอิสลาม เมื่อได้มาอยู่จริง ก็ไม่ผิดหวัง เพราะความมีอัธยาศัยดีของชาวบ้าน มีความเป็นกันเอง มีวิธีการดำเนินชีวิตตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งดิฉันต้องการศึกษา

ที่นี่มีความหลากลายทางวัฒนธรรมหรือสังคมพหุวัฒนธรรม เราสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ คริสต์และอิสลาม ที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ กุ้ง หอย ปู ปลา มีมากมายในท้องทะเล เกษตรกรมีการปลูกยางพารา ข้าวและพืชผักผลไม้ซึ่งอุดมสมบูรณ์ ทำให้พวกเราได้รับประทาน และเป็นสินค้าของจังหวัด

ดิฉันมีความสุขที่ได้อยู่ในพื้นที่นี้ แต่เหตุการณ์ร้ายประทุขึ้นในเดือมกราคม ปี 2547 มีการปล้นปืนจากค่ายทหารในจังหวัดนราธิวาส มีการเผาโรงเรียนใน 3 จังหวัด จำนวน 37 โรงเรียน เหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างความตื่นตระหนกและมึนงงว่า มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ใครเป็นคนทำและทำเพื่ออะไร และคำถามมากมายที่เกิดขึ้นในใจ แต่ไม่สามารถหาคำตอบได้

จนปัจจุบันเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่อง มีผู้ได้รับผลกระทบมากมาย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน มีผู้คนล้มตายมากมาย ทั้งประชาชน ทหาร ครู พระ ฯลฯ ทรัทย์สินแลาะสถานที่มากมายเสียหายจากเหตุการณ์ และเหตุการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจของประชาชนในพื้นที่ ว่าเมื่อไหร่สันติสุขจะกลับคืนมาสู่ผืนแผ่นดินนี้อีกครั้ง พวกเขาต่างหวังว่า เวลานั้นคงจะมาถึงในเร็ววันนี้

ความรู้สึกที่ดิฉันอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันนำพาสันติสุขคืนสู่พื้นที่นี้โดยเร็ว พวกเราเจ็บปวด บอบช้ำและสูญเสียมามากแล้ว อยากอยู่อย่างสงบสุข ดำเนินชีวิตเหมือนกับพี่น้องชาวไทยในพื้นที่อื่นๆ ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดกลัวและหวาดระแวง รู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

ดิฉันและทุกคนที่นี่ฝันอยากเห็นความสงบสุขในพื้นที่ ทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุข มีความเอื้ออาทรแก่กันและกัน พวกเราทุกศาสนามีความสมัครสมานสามัคดีอย่างที่เราเคยเป็นมา

ขอพรจากผู้เป็นเจ้าดลบันดาลให้เกิดสันติสุขในผืนดินแห่งนี้ด้วยเถิด

กูยาวาเฮ๊ะ อาเบะ คุณครูโรงเรียนบ้านลดา อ.เมือง จ.ปัตตานี

....................

ความฝันที่บ้านเรา

เหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในขณะนี้ นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าในฐานะครูคนหนึ่งรู้สึกเศร้าสลดทุกครั้งที่ได้ทราบข่าวว่า เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น นั้นหมายถึงเกิดความสูญเสียอย่างแน่นอน เช่น ทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือนเสียหาย ที่น่าเศร้าที่สุดคือ สูญเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะครู ผู้เป็นแม่พิมพ์ของชาติ ถ้าหากแม่พิมพ์ของชาติถูกทำลายลงเรื่อยๆ แล้วจะมีใครที่ไหนจะทำหน้าที่อบรมสั่งสอนเยาวชนไทย

ทุกวันนี้ ก่อนออกจากบ้าน ข้าพเจ้าบอกภรรยา และลูกเสมอว่า ข้าพเจ้าออกไปทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ถึงแม้ว่าจะต้องเสี่ยงอันตรายมากเพียงใด แต่ข้าพเจ้าไม่อาจละทิ้งหน้าที่นี้ได้ เพราะหน้าที่ของข้าพเจ้ายิ่งใหญ่นัก หากข้าพเจ้าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบ และถึงขั้นสูญเสียชีวิต ขอให้ภรรยาและลูกจงภาคภูมิใจในตัวของข้าพเจ้า ที่ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีที่สุด ซึ่งทุกครั้งก่อนที่ข้าพเจ้าจะออกจากบ้าน ข้าพเจ้าจะเห็นรอยยิ้มพร้อมด้วยน้ำตาของคนที่ข้าพเจ้ารักมากที่สุด ข้าพเจ้ารู้ดีว่าคนรอบข้างรู้สึกกังวลและเป็นห่วง แต่ก็ยินยอมให้ข้าพเจ้าออกไปทำหน้าที่ของตนเอง พวกเขาได้แต่วิงวอนขอพรให้ข้าพเจ้าเดินทางด้วยความปลอดภัย และกลับมาสู่อ้อมกอดกันและกันอีกครั้ง

ข้าพเจ้าทราบดีว่า รัฐบาลเองมีความตั้งใจในการแก้ปัญหาอย่างเต็มที่แล้ว แต่นับวันสถานการณ์ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ข้าพเจ้าขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ทันทีและทั่วถึง มากกว่าการกระจายงบประมาณแต่ผลที่ได้รับแค่เพียงน้อยนิด

อย่างไรก็ตาม 3 จังหวัดชายแดนใต้ของเรา เป็นจังหวัดที่น่าอยู่มาก ธรรมชาติสวยงาม บรรยากาศดี ใครที่มีโอกาสเยี่ยมเยือน 3 จังหวัดแล้ว จะกลับไปด้วยความประทับใจ ทุกคนที่นี่อยู่อย่างพี่น้อง มีความรักสามัคคีกัน และที่สำคัญมีวัฒนธรรมที่ดีงามอีกด้วย อยากให้เป็นอย่างนี้ตลอดไป

ไม่จำเป็นที่ 3 จังหวัดจะเป็นเมืองใหญ่โต เต็มไปด้วยเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ขอแค่ให้บ้านเมืองของเราสงบสุข ได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข ไปทำงานมีภรรยาให้กำลังใจ มีลูกมาโอบกอด และกลับบ้านด้วยความปลอดภัย ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่รัก

...แค่นี้ก็พอใจแล้ว

อภิรักษ์ สำเร คุณครูโรงเรียนบ้านปุโรง อ.กรงปินัง จ.ยะลา

.........................

ไม่มีอะไรดีเท่ากับการศึกษา

ความรู้สึกต่อเหตุการณ์

รู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยทั้งครูและนักเรียน เป็นปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับวิชาชีพนี้ ครูใต้มีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก อยากส่งกำลังใจไปให้ครูทุกคน ขอให้ครูทุกคนอดทน เข้มแข็ง และมีความสามัคคีปรองดองกันไว้จะเป็นกำลังใจให้ครูทุกคน ขอให้ครูทุกคนปลอดภัยขอให้ครูทุกคนมีความระมัดระวัง ดูแลตัวเองและเพื่อนครูทุกคนให้ดี มีความสามัคคีกลมเกลียว อยากให้ทุกฝ่ายลดความขัดแย้งหันมามาคุยกัน มาจับมือกัน เพื่อที่จะเป็นพลังในการหยุดชนวนความขัดแย้ง และจะนำมาซึ่งสันติในพื้นที่ปลายด้ามขวาน

สิ่งที่อยากบอกต่อภาครัฐ

อยากให้รัฐดึงผู้นำศาสนา นักวิชาการ นักคิดที่มีความรู้ ให้เข้ามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แนวทางการบริหารจัดการในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

ปัญหาภาคใต้ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว เพื่อรักษาความมั่นคงให้คนในพื้นที่ และให้มีคุณภาพการศึกษาที่ดี "ไม่มีอะไรดีที่สามารถแก้ปัญหาได้เท่ากับการศึกษา"

อยากให้รัฐสร้างความรู้สึกต่อพี่น้องสามจังหวัดชายแดนใต้ ว่าตนเองได้รับความเป็นธรรม เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม มีความเท่าเทียม และเสมอภาคกันบนพื้นฐานที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ภาพที่หวังอยากให้เป็นในพื้นที่บ้านเรา

สังคมในสามจังหวัดชายแดนใต้ที่ให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ถือโทษโกรธเคืองกัน เป็นสิ่งที่ดีงามและเป็นเรื่องที่น่ายกย่องสรรเสริญ กลุ่มชนที่อยู่รวมกันเป็นสังคมนั้น ย่อมประกอบด้วยความหลากหลายทั้งทางด้านคุณลักษณะ ความเชื่อ และกายภาพ ซึ่งเป็นที่มาแห่งการขัดแย้งและการกระทบกระทั่ง จนนำไปสู่ความโกรธเคือง ความบาดหมาง และความแตกแยก สิ่งเหล่านี้หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการบำบัดย่อมนำไปสู่ความเดือดร้อนและความเสียหายอย่างมากมาย

ดังนั้นหนทางที่ชำระความแตกแยก ความบาดหมาง และความกริ้วโกรธที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ก็คือการให้อภัยกันเป็นหนทางที่ดีที่สุด เป็นภาพที่ควรสรรเสริญ เป็นภาพที่จะได้เจอความสำเร็จ เป็นภาพที่เป็นความรัก และเป็นภาพความสงบสุขกลับคืนมาอย่างแท้จริงในสามจังหวัดชายแดนใต้

ภาพที่เป็นพลังของทุกคนช่วยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่จะหยุดชนวนความขัดแย้งและนำมาซึ่งสันติ หรือภาพในสังคมสามจังหวัดชายแดนใต้เป็นสังคมที่แตกต่าง แต่สวยงาม แตกต่างแต่เท่าเทียมเสมอกันด้วยศักดิ์และสิทธิ

...ต้นไม้ใหญ่ ผู้เป็นร่มเงาให้ต้นเล็กๆ ฉันใด ต้นไม้เล็กๆ ที่จะเติบโตขึ้นเป็นร่มเงาให้แก่ต้นกล้ารุ่นต่อๆ ไปก็ฉันนั้น

จาการียา เปาะเตะเตะ คุณครูโรงเรียนชุมชนสัมพันธ์บ้านลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

.......................

สามัคคี ร่วมมือ รวมใจ

ทุกครั้งที่ทราบข่าวคราวการสูญเสียคุณครู อาจารย์ บุคลากรหรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการก่อการร้ายไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ทำให้ผมมีความรู้สึกเสียใจ รู้สึกสูญเสียที่ยิ่งใหญ่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง เพราะการสูญเสียทุกครั้งเท่ากับเป็นการสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่าไปอีกครั้งหนึ่ง

และเหตุการณ์ที่ยิ่งทำให้ผมมีความรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ซึ่งได้ทราบข่าวจากทางกองกำลังว่า มีคุณครูถูกยิงเสียชีวิตอีก 2 ราย ที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ตอนนั้นผมกำลังอยู่ในงานพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณครูฉัตรสุดา นิลสุวรรณ ทำให้ผมและผู้ไปร่วมไว้อาลัยคุณครูฉัตรสุดา นิลสุวรรณเป็นครั้งสุดท้าย ต่างมีความรู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มาก เพราะผู้ก่อความไม่สงบมีเป้าหมายในการลงมือที่ชัดเจน โดยเป็นการเลือกลงมือก่อความไม่สงบในบริเวณโรงเรียนท ซึ่งไม่คาดคิดมาก่อนว่าผู้ก่อความไม่สงบจะกล้าลงมือก่อเหตุดังกล่าว

ผมอยากให้คนในสังคมหรือทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน สามัคคีกัน และร่วมมือ ร่วมใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน ให้คิดว่า ปัญหานั้นเป็นของเราเอง พยายามสร้างความเข้าใจให้กับชุมชนในเรื่องต่างๆ หันหน้าเข้าหากัน และปรึกษา แต่งตั้งชุมชนเข้มแข็งในหมู่บ้าน และอยากให้องค์กร และผู้นำศาสนา มาอธิบายชี้แจง เรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชาวบ้านหันหน้ามาร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน

ภาพที่หวังอยากให้เป็นในพื้นที่บ้านเรา ก็คือ ความสงบสุขในพื้นที่ และความรักความสามัคคีของคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งอยากให้คนไทยทุกคนรักกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ศุภเชษฐ์ กาญจนมณี รองผู้อำนวยการโรงเรียนระแงะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

......................

เสียงครูพุทธในโรงเรียนอิสลาม

ท่ามกลางคุณครูเมื่ออยู่ที่โรงเรียนก็จะแวดล้อมไปด้วยเด็กนักเรียนที่มองเมื่อไร ก็มักจะได้เห็นแววตาที่สดใสลึกลงไปของสายตาจากเด็กๆ เหล่านี้ ก็มักจะมีแต่ความใสซื่อและบริสุทธิ์ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเด็กนักเรียนมุสลิม และครูเป็นไทยพุทธก็ตาม ความน่ารักของนักเรียนก็ยังเป็นที่ชื่นชมของครู

ขณะเดียวกันครูกลับมีแววตาที่ขมขื่น เพราะไม่รู้ว่าภัยร้ายจะมาถึงตัวเมื่อไร คิดทุกครั้งที่ก้าวขาออกจากบ้าน เพื่อไปทำงานในตอนเช้าเฝ้าแต่ภาวนาว่า ขอให้ตัวเองได้เดินทางไปถึงโรงเรียนอย่างปลอดภัย ตอนอยู่ที่โรงเรียนก็ขอให้จัดการเรียนการสอนอย่างราบรื่นไม่มีเหตุการณ์ร้ายใดๆ เกิดขึ้น เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ก็ขอให้ตัวเองได้เดินทางกลับบ้านพักอย่างปลอดภัย

ภาครัฐไม่จำเป็นต้องเพิ่มค่าเสี่ยงภัย ถ้ามันต้องแลกมาจากหยาดหยดเลือด และชีวิตที่ต้องสูญเสียไป ขอแค่ความปลอดภัยให้กับพวกเราที่ต้องทำงานในพื้นที่เสี่ยง ช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย ช่วยรักษาชีวิตพวกเราให้ได้กลับไปหาพ่อแม่หาครอบครัวที่รอการกลับไปพร้อมคำว่า ปลอดภัยไม่มีภัยอันตรายใดๆ ก็เพียงพอแล้ว

หวังไว้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบที่สามจังหวัดชายแดนใต้จะสงบลงโดยเร็ว ไม่อยากเห็นการสังหารเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ข้าราชการครูและทุกๆชีวิตที่มีลมหายใจ อยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นเพราะแผ่นดินนี้มีความพร้อมอาการการกินอุดมสมบูรณ์พร้อม

ทิพย์ธิวา นุ่นศรี คุณครูโรงเรียนบ้านระแว้ง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

 ----------------------

ที่มา...กรุงเทพธุรกิจ : http://www.bangkokbiznews.com

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >