| บทความล่าสุด |
|---|
|
ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
Donation / สนับสนุนการดำเนินงาน
ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ของ
|
| ไตร่ตรองเรื่องวิกฤติโลกร้อน - อัจฉรา สมแสงสรวง |
|
| Thursday, 13 September 2007 | ||||
|
||||
| ความคิดเห็น |
| เขียนความคิดเห็น |
Powered by AkoComment 2.0!
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|


หน้าหลัก 








สภาพที่กล่าวมา ประเทศไทยก็เผชิญเข้าแล้ว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน สภาพอากาศที่แปรปรวน ภาวะน้ำท่วมในภาคกลางยาวนาน การเกิดคลื่นสูงตามชายฝั่งทะเล อุณหภูมิที่สูงขึ้นเกือบถึง ๔๕ องศาเซลเซียส ฤดูฝนที่มาก่อนฤดูกาล และการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรง รวมไปถึงการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศเย็นชื้นยาวนาน เช่น เชื้อโรคไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น
รวยทางธรรมชาติอยู่แล้ว ในความเชื่อของคริสตชน นิเวศน์ธรรมชาติเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดังปรากฏในพระคัมภีร์บทปฐมกาล พระเจ้าทรงประทานโลกและสิ่งสร้างเพื่อมนุษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่าได้ใช้ประโยชน์และดูแลรักษา เพื่อมนุษย์ได้ดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและครบครัน แต่ทุกวันนี้ สังคมมนุษย์ที่หลงติดอยู่ในกับดักแห่งการพัฒนาที่มุ่งแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจ มนุษย์เราใช้ชีวิตเป็นเสมือนโจรสลัด เราปล้นสะดมต้นทุนชีวิตของเราเอง หรือหากเปรียบนิเวศน์ธรรมชาติเป็นดังธนาคาร เราไปถอนเงินฝากของเราออกมาใช้อย่างอีรุ่ยฉุยแฉก ขณะนี้คลังเงินในธนาคารกำลังหมดไป
ในพิธีบูชาขอบพระคุณของชาวคริสต์ โดยเฉพาะภาคบูชาขอบพระคุณ แผ่นปังและเหล้าองุ่น มีนัยที่สำคัญที่สุด ซึ่งอธิบายถึงสิ่งจำเป็นของมนุษย์ และการงานอันเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ นั่นคือ มนุษย์ต้องมีชีวิตและเจริญเติบโต ด้วยการกระทำเพื่อได้รับประโยชน์สูงสุดจากสิ่งสร้าง แผ่นปังทำมาจากข้าวสาลี ที่เติบโตงอกงามจากผืนดิน ผ่านการนวด สี โม่ และอบ เช่นเดียวกับเหล้าองุ่น ที่เป็นผลมาจากน้ำองุ่น อันเป็นผลมาจากแรงงานของมนุษย์ ดังนั้น การรับศีลมหาสนิท (การรับแผ่นปังของชาวคริสต์) เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์กับนิเวศน์ธรรมชาติ ที่เป็นความสัมพันธ์ชนิดแนบแน่น และเต็มไปด้วยความเคารพ มิใช่ความสัมพันธ์เชิงเอาเปรียบ ตักตวงเอาประโยชน์จากธรรมชาติ
วิกฤตินิเวศน์ธรรมชาติ โดยเฉพาะประเด็นภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เป็นตัวอย่างของการคำนึงเรื่องความผาสุกของส่วนรวม ทั้งนี้ อากาศที่ห่อหุ้มโลก ก็ห่อหุ้มมนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด และเมื่อทุกชีวิตอยู่รอดด้วยอากาศ สิ่งนี้อธิบายได้ถึงความเป็นสากลของประโยชน์ผาสุกของส่วนรวม ซึ่งไม่ว่ามนุษย์ในยุคใดก็ตามต้องร่วมกันรับผิดชอบ ดูแล รักษา และเข้าถึงประโยชน์ร่วมกัน การส่งต่อปัญหาโลกร้อนแก่คนรุ่นต่อไป สะท้อนถึงความไม่รับผิดชอบ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนของมนุษย์ในยุคที่ให้คุณค่าแก่วัตถุสำคัญกว่าความเป็นมนุษย์ เราไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทิ้งมรดกแห่งปัญหาที่ยิ่งใหญ่แก่ลูกหลาน ทั้งนี้ ในฐานะผู้พิทักษ์มรดกของพวกเขา เรามีพันธะหน้าที่ที่ต้องเคารพในศักดิ์ศรีของคนรุ่นใหม่ด้วย และต้องส่งต่อมรดกแห่งนิเวศน์ธรรมชาติที่เราได้รับมาจากบรรพบุรุษให้แก่ลูกหลาน เพื่อว่าชีวิตของอนุชนรุ่นหลังจะดำรงชีวิตอย่างดีกว่ายุคสมัยที่เราเป็นอยู่นี้
การพิทักษ์รักษาในความเข้าใจของคริสตชน เป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบทางศีลธรรม สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินบนโลกนี้ เป็นสิ่งจำนองทางสังคม โลกนี้เป็นของพระเจ้า และเป็นสิ่งที่ให้ยืมแก่มนุษย์ มนุษย์ควรเป็นผู้พิทักษ์ที่ดีต่อโลก เราควรใช้สติปัญญาซึ่งพระเจ้าประทานมาให้ ในการร่วมกันปกป้องศักดิ์ศรีและชีวิตมนุษย์ด้วยกัน และปฏิบัติการเพื่อดูแลรักษาสรรพสิ่งบนโลกนี้ด้วยความรัก
การพัฒนาที่แท้จริง ควรพิจารณาถึงมิติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องศีลธรรมของประชาชน ความรับผิดชอบของสังคม การปฏิบัติความยุติธรรม การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง และการเคารพต่อแบบแผนทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้มนุษย์ทุกคนมีมาตรฐานการดำรงชีวิตที่สมบูรณ์ขึ้น มากกว่าเรื่องของการมีวัตถุในครอบครองเพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว เราต้องไม่ปล่อยให้ความกระหายอยากวัตถุ มีมากจนกระทั่งทำให้ความคิดคำนึงของเราต่อความทุกข์ยากของผู้อื่นสูญหายไป การดำเนินชีวิตที่ให้ความสนใจน้อย ต่อการได้มาซึ่งวัตถุ อาจเป็นสิ่งที่เตือนเราถึง การ เป็น มนุษย์ของเรามีค่ายิ่งกว่า การ มี สิ่งของต่างๆ ไว้ในครอบครองมากมาย
การปรับตัวของกลุ่มคนเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่าย เหมือนกับผู้ที่มีกำลังทางเศรษฐกิจ เพราะชีวิตของเขาทั้งหมดขึ้นอยู่กับต้นทุนธรรมชาติ ในที่สุด พวกเขาต้องเป็นผู้อพยพอีกครั้ง จากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ และเป็นความยุติธรรมหรือไม่ต่อคนรุ่นใหม่ ผู้ที่ต้องรับเอามรดกของอากาศที่ผันแปรอยู่อย่างต่อเนื่องและภัยพิบัติจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การกลับมาแพร่กระจายของเชื้อโรคเขตร้อน และผลกระทบต่อภาคเกษตร ที่สุดถือเป็นความอยุติธรรมต่อสิ่งสร้างทั้งหมด เพราะไม่มีสิ่งใดหลบเลี่ยงจากการถูกรบกวนด้วยความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ
