หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow หน้าหลัก
จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 62 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

รับข่าวสารฟรีจาก ยส.

ใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน




แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 77 : สิทธิ หน้าที่ และ ความรับผิดชอบ

วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 77


หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ
เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา


หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือ Jesus CEO

เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCIบทความใหม่ใน PCI  => ปั๊กส์คริสตีอินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้สวดภาวนาและจัดกิจกรรมเพื่อประเทศซิมบับเว

ACPP - Hotline Asiaบทความใหม่ใน ACPP = ประกันความปลอดภัยและปกป้องแรงงานอพยพชาวชนเผ่า - อินเดีย


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

อาสาสมัคร บทสะท้อนความรักเพื่อนบ้าน พิมพ์
Friday, 30 June 2006
 
ปิดเล่ม
อัจฉรา  สมแสงสรวง ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องด้านสังคม

Image 

อาสาสมัคร

บทสะท้อนความรักเพื่อนบ้าน


การเป็นอาสาสมัครในทัศนะของชาวคริสต์  มี 2 บทบาทที่สำคัญ  บทบาทแรก เป็นการเดินตามพระเยซู - ชาวนาซาเร็ธในฐานะศิษย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนคริสตชน   บทบาทที่สอง ในฐานะพลเมืองผู้ทำงานร่วมกันกับผู้อื่นเพื่อสร้างสรรค์สังคม และเพื่อความดีส่วนรวมของทุกคน  แนวคิดของการเป็นอาสาสมัครมิใช่เรื่องการเป็น   ' ฮีโร่ '  การอุทิศตนเป็นอาสาสมัคร เป็นผลสืบเนื่องมาจากแรงจูงใจคริสตชน  และปรากฏเป็นภาคปฏิบัติของการทำงานในฐานะที่เป็นพลเมือง ซึ่งผูกเรื่อง 2 เรื่อง เข้าด้วยกัน คือความรับผิดชอบและการเสียสละอุทิศตนเพื่อความยุติธรรม  

มีหลักเกณฑ์พื้นฐาน 2 ประการ ที่กล่าวว่า งานอาสาสมัครเป็นหน้าที่ของคริสตชน

หลักเกณฑ์ที่ 1 จุดยืนพระคัมภีร์ต่อเรื่องความห่วงใยในคนยากจน  เอกลักษณ์ของพระเจ้าในพระคัมภีร์ เป็นพระเจ้าผู้ดำรงอยู่ในความสัมพันธ์กับสรรพสิ่ง กับมนุษย์ โดยมีความรักเป็นหลักยึดเอก  ไม่ใช่การครอบครองหรือการกีดกัน  เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับชาวอิสราเอลในแคว้นไซนาย สะท้อนถึงการสอนให้มนุษย์ปฏิบัติความรักในความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน  ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้ที่อ่อนแอ  หญิงม่ายและเด็กกำพร้า (อพย.22 : 21)  เป็นการปฏิบัติความรักที่เต็มไปด้วยความกรุณาปรานีและความเมตตา

หลักเกณฑ์ที่ 2 การเป็นศิษย์ติดตามพระเยซู  เช่นเดียวกัน ในการเป็นศิษย์ติดตามพระเยซูของมนุษย์นั้น อาณัติเอกที่พระเจ้าทรงมอบ คือ จงรักกันและกันเหมือนเรารักท่าน (ยน.13 : 34-35) และจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองจากตัวอย่างของชาวสะมาเรียผู้ใจดี (ลก.10 : 25 - 37) ซึ่ง 'เพื่อนบ้าน' มิใช่คนที่อยู่รอบข้างเท่านั้น แต่ขยายไปถึงคนที่สังคมไม่ยอมรับคนที่เป็น 'ศัตรู' จากความขัดแย้งทางการเมือง   และจากบทสอนเรื่องการปฏิบัติกับผู้อื่นในบุญลาภแปดประการ 1 (มธ. 5 : 3 -10) ทั้งนี้ บทสอนแปดประการดังกล่าว ได้ทำให้การเอาใจใส่ผู้อื่นเป็นหัวใจของผู้ดำเนินชีวิตอาสาสมัครด้วยเช่นกัน   และในการยืนยันความเชื่อของวิถีคริสตชนที่แท้จริงนั้น  ก็ไม่มีสิ่งใดที่สำคัญเท่ากับบทพิสูจน์การปฏิบัติความรักและความเมตตาแก่ผู้อื่น  โดยเฉพาะผู้ที่ต่ำต้อย ผู้ที่เดือดร้อน  ดังบทพิพากษาสุดท้ายที่เตือนทุกคนไว้เสมอว่า  "ถ้าท่านมิได้กระทำแก่ผู้ต่ำต้อยที่สุดสักคนหนึ่ง ท่านก็มิได้กระทำแก่เราด้วย  ถ้าท่านกระทำแก่คนใดคนหนึ่งในบรรดาพี่น้องของเรา ท่านก็กระทำแก่เราด้วย" (มธ.25) 

ภาพจาก www.tsunamivolunteer.netพระเยซูเจ้าทรงส่งสานุศิษย์ของพระองค์ไปทำงาน 'อาสาสมัคร' ตลอดระยะเวลา ไม่ว่าจะเป็นการไปรักษาคนเจ็บป่วย  ช่วยให้คนที่ถูกผีสิงได้หาย  คนป่วยโรคเรื้อนได้หายสะอาด  และยังสอนต่อไปอีกว่า จงให้เปล่าๆ ในสิ่งที่ท่านได้รับมาเปล่าๆ  (มธ.10, 8) ดังนี้ในงานประกาศข่าวดีใดๆ หรืองานอาสาสมัคร (หากเรียกขานในปัจจุบัน) จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องให้และทุ่มเท อย่างไม่มีข้อผูกมัดใดๆ  ทำงานอย่างไม่หวังผลตอบแทนใดๆ 

โดยความเป็นจริง   ธรรมชาติการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์   มีความแท้จริงอยู่ 2 เรื่อง คือ ความต้องการเพราะความขาดแคลนขัดสน  และการสมควรที่จะได้รับ  งานอาสาสมัครเป็นงานเชื่อมสองความจริงเข้าด้วยกันสำหรับโลกของผู้ทุกข์ยากลำบาก  งานอาสาสมัครเป็นงานที่ผู้เป็นอาสาสมัครปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้ถูกกีดกันจากสังคม ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ  ทั้งจากการกระทำของธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์    ซึ่งในการอุทิศตนทำงานเพื่อผู้อื่น  ตัวอาสาสมัครเองก็ได้ค้นพบความเมตตารัก  อันเป็นแรงดลใจสำคัญที่ขับเคลื่อนออกมาสู่การปฏิบัติ  ซึ่งความเมตตารักมิใช่แค่ความรู้สึกสงสาร เวทนา แต่เป็นการเข้าถึงความจริงที่มาจาก 'หัวใจ' มิได้มาจาก 'หัวสมอง'

งานอาสาสมัคร เป็นงานที่หัวใจเราได้เปิดกว้างให้ความเมตตารักปรากฏออกมาในทางปฏิบัติ   พร้อมที่จะเรียนรู้เข้าใจ  และตระหนักต่อการให้คุณค่าในการดำเนินชีวิต  รวมทั้งยินดีที่จะปล่อยให้ตนเองประสบ / เผชิญกับความเป็นจริงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวด ความขัดแย้ง หรือแม้แต่ความก้าวร้าวจากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง   อาสาสมัครยังเป็นผู้บอกกล่าวสังคม ถึงเรื่องราวที่ถูกปิดบังของเหรียญสองด้าน  ด้านหนึ่งคือความทุกข์ยาก  สงคราม และการต่อสู้ อันเป็นต้นเหตุแห่งการทำลายศักดิ์ศรีของมนุษย์   อีกด้านหนึ่งคือความหวังที่มนุษย์ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพที่เลวร้ายอย่างไร แต่ละคนย่อมมีความหวัง  ซึ่งการจะค้นพบความชัดเจนของเหรียญสองด้านImageที่มีสภาวะแตกต่างกันเช่นนี้ จำเป็นต้องให้ความเมตตารัก ทะลวงกำแพงแห่งวัฒนธรรมเห็นแก่ตัวในยุควัตถุนิยมนี้  ที่หลงติดอยู่ในตัวอาสาสมัครออกก่อน  อาสาสมัครจึงสามารถเปิดตนเองค้นพบความเป็นจริงในผู้อื่นที่เขาอุทิศชีวิตทำงานอยู่ด้วย  บ่อยครั้งที่อาสาสมัคร คนตัวเล็กหัวใจโตนี้  ได้ค้นพบความกรุณา โอบอ้อมอารี และอิสรภาพ อันเป็นผลมาจากการที่มนุษย์มีความสัมพันธ์แบบมนุษย์ด้วยกัน 

ในภาวะที่สังคมตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความสะดวกสบายครอบงำอย่างยากจะเบียดตัวหนีออกได้นี้  งานอาสาสมัครถือเป็นทุนทางสังคมที่สวนกระแสทุนทางวัตถุ   ในสถานการณ์ที่สังคมมนุษย์ได้รับภัยจากการกระทำของธรรมชาติ หรือจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่ปรากฏรูปเป็นสงครามเช่นปัจจุบันนี้  งานอาสาสมัครเป็นโครงข่ายที่เกี่ยวพันร้อยรัดกันด้วยหัวใจของคนต่างชาติ ต่างผิวพรรณ ต่างฐานะ ต่างภาษา วัฒนธรรม และต่างศาสนา  ซึ่งพร้อมจะทำงานเพื่อคนทุกข์ยาก คนที่ตกอยู่ภาวะลำบาก  จึงถือเป็นกลุ่มแนวร่วมที่ทำให้เจตนารมณ์ของพระศาสนจักร ที่มุ่งเน้นการทำงานเพื่อผู้ยากไร้ ด้วยความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อยกเว้น เป็นรูปธรรมและไม่มีพรมแดน

___________________________________

1 ผู้มีใจยากจนย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา,    ผู้เป็นทุกข์โศกเศร้าย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับการปลอบโยน,  ผู้มีใจอ่อนโยนย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับแผ่นดินเป็นมรดก,   ผู้หิวกระหายความชอบธรรม  ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะอิ่ม,    ผู้มีใจเมตตา ย่อมเป็นสุข เพราะเขาได้รับพระเมตตา,  ผู้มีใจบริสุทธิ์ ย่อมเป็นสุข  เพราะเขาจะได้เห็นพระเจ้า,  ผู้สร้างสันติย่อมเป็นสุข  เพราะเขาจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า,  ผู้ถูกเบียดเบียนข่มเหงเพราะความชอบธรรม  ย่อมเป็นสุข  เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา 

 

< ก่อนหน้า   ถัดไป >

อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ