หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow ข่าวย้อนหลัง arrow บริหารสมอง...ทำอะไรที่ไม่เคยทำ : สุทธิชัย หยุ่น
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
การศึกษาเพื่อสิทธิ&สันติภาพ
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)



จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 62 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 107:"อยู่ให้เป็น?!!! ในสังคมดิจิทัล"

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 107


วันสันติสากล 1 มกราคม 2018

 สารวันสันติสากล
1 มกราคม 2018
ผู้อพยพและผู้ลี้ภัย คือ
ชายหญิงที่มุ่งแสวงหาสันติภาพ


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 2 และ3

 หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร
ภาคที่ 2 และ3
 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 1

หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร ภาคที่ 1



หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง



โปสเตอร์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ พ.ศ.2532

โปสเตอร์
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
แห่งสหประชาชาติ
พ.ศ.2532


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

 

Donation / สนับสนุนการดำเนินงาน

ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ของ
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ (ยส.) 

  • โอนเข้าบัญชี ในนาม
    คณะกรรมการฯ แผนกยุติธรรมและสันติ 
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้วยขวาง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 002-8-02590-4
    (กรุณา Fax สำเนาการโอนเงินมาที่ 0 2692 4150)
    (หรือส่งสำเนาการโอนเงินทางอีเมล์ ccjpthai@gmail.com)

  • ทางธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “ปริญดา วาปีกัง” ตู้ ปณ. สุทธิสาร (10321)
    114 (2492) ถ.ประชาสงเคราะห์ ซอย 24 ดินแดง กรุงเทพฯ 10400
บริหารสมอง...ทำอะไรที่ไม่เคยทำ : สุทธิชัย หยุ่น พิมพ์
Wednesday, 09 May 2012

บริหารสมอง...ทำอะไรที่ไม่เคยทำ

                                                                                    สุทธิชัย หยุ่น


คุณเคยบริหารสมองไหม? ใครคนหนึ่งถามผมวันก่อน, ผมก็งงๆ อยู่ เพราะวาดภาพไม่ออกว่าจะเอาสมองออกมาวิ่งจ็อกกิ้งหรือว่ายน้ำได้อย่างไร?

พอผมพูดไปอย่างนั้นเท่านั้น, เพื่อนคนนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่, หาว่าผมกวนอวัยวะส่วนล่างสุดของเขา

ผมสารภาพด้วยความจริงใจว่าไม่รู้จริงๆ ว่าจะให้สมอง "ออกกำลังกาย" อย่างไร?

เขาจึงสงสารผมพอที่จะให้ความรู้ผม...บอกว่าฝรั่งเรียก "ศาสตร์" ใหม่นี้ว่า "Neurobics" ซึ่งมีเป้าหมายคือบริหารสมองให้แข็งแรง

แก่แล้วจะได้ไม่เป็นโรค "อัลไซเมอร์ส์" และไม่ขี้หลงขี้ลืมจนเป็นคนป้ำๆ เป๋อๆ อย่างน่ารำคาญ

เรื่องลืมกุญแจรถ, แว่นตา, กระเป๋าสตางค์หรือโทรศัพท์มือถือนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ใช่หรือ?

ไอ้ประเภทขับรถทางด่วนแล้วขับเลยทางลงนั้นหลายคนคงเคยประสบมาแล้ว หรือบางคนจอดรถในที่จอดแล้ว, หารถไม่เจอ, ก็มีไม่น้อย

หรือจำชื่อเพื่อนสนิทไม่ได้, ไปจ่ายตลาดแล้วจำไม่ได้ว่าจะซื้ออะไร

หมอเชี่ยวชาญด้านสมองคนบอกผมว่าอย่าได้ตกใจ เรื่องขี้หลงขี้ลืมนั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับคน, ไม่ว่าอายุเท่าไหร่...แต่ถ้าทำตามที่ "นิวโรบิคส์" แนะนำ, ก็จะทำให้อะไรๆ ดีขึ้น

อย่างน้อยก็จำหน้าสามีหรือภรรยาได้ (ฮา)

ศาสตร์ Neurobics ที่ว่านี้สอนให้บริหารสมองโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าร่วมกับอารมณ์ความรู้สึกในการทำกิจวัตรประจำวันรูปแบบใหม่ เพื่อช่วยกระตุ้นเซลล์สมองให้มีสุภาพดี

ศาสตร์นี้คิดค้นโดยศาสตราจารย์ลอเรนซ์ ซี คาทซ์ทางด้านประสาทวิทยา, ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยดุ๊คของสหรัฐฯ

หลักการ "บริหารสมอง" ของผู้เชี่ยวชาญคนนี้คือให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา, ไม่ทำอะไรซ้ำซาก, ไม่ทำทุกอย่างเหมือนเมื่อวาน, เป้าหมายคือเพื่อกระตุ้นให้สมองมีการแตกกิ่งก้านสาขาเพิ่มขึ้น

คนเรานั้นเมื่ออายุมากขึ้น จำนวนเซลล์ประสาทจะลดลง ไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้อีก เราจึงต้องปกปักรักษาให้เซลล์ที่เรามีนั้นแข็งแรงและคึกคักตลอดเวลา

ดังนั้น, การบริหารสมองที่ Neurobic Exercise แนะนำจึงเน้นการทำกิจกรรมที่แปลกใหม่, หลีกเลี่ยงความซ้ำซาก (ยกเว้นเรื่องเมีย) เช่น

พยายามใช้ประสาทสัมผัสของคุณอย่างน้อยหนึ่งอย่างในการทำกิจวัตรประจำวันเช่น

ลองใส่เสื้อผ้าโดยไม่ลืมตา
หรือสระผมโดยไม่ลืมตา
หรือใช้สายตาและท่าทางในการสื่อสารแทนการใช้คำพูดบนโต๊ะอาหาร

ใครในบ้านทักเราว่าเพี้ยนไปหรืออย่างไร, ก็บอกเขาหรือเธอว่า
"ฉันกำลังบริหารสมอง"

เท่ไม่หยอกทีเดียวครับ

อีกอย่างหนึ่งที่เขาแนะนำตามหลักการของ "นิวโรบิคส์" คือลองใช้ประสาทสัมผัสสองอย่างให้ทำงานร่วมกัน (ผมเรียกให้เก๋ว่า "สมานฉันท์แห่งประสาท") เช่น

ฟังเพลงและสูดกมกลิ่นของดอกไม้ไปพร้อมๆ กัน (ให้หูและจมูกได้รับรู้ว่าต้องรู้จักประสานกันอย่างแนบเนียนเสียบ้าง)

หรือฟังเสียงฝนตกพร้อมกับเคาะนิ้วมือ

ข้อนี้ผมชอบ เพราะเคยแต่ฟังเสียงฝนตก แต่ไม่ได้เคาะนิ้วมือไปด้วย ฟังดูน่าโรแมนติคไม่ใช่น้อยเลย

อีกวิธีหนึ่งที่เขาแนะนำคือจ้องมองก้อนเมฆและปั้นดินน้ำมันไปพร้อมๆ กัน

เป็นกิจกรรมที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวกันเท่าไหร่ แต่เขาต้องการให้เราใช้ประสาทส่วนต่างๆ ที่ไม่ค่อยจะทำอะไรด้วยกันมาร่วมประสานการสัมผัสกันเสียบ้าง

อีกเรื่องหนึ่งที่ชาว "นิวโรบิคส์" เสนอให้ทำเพื่อบริหารสมองคือ

เดินทางไปทำงานด้วยเส้นทางใหม่ หรือ
ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดในการรับประทานอาหาร
และลองช้อปปิ้งในร้านใหม่ที่ไม่เคยเข้า

เพื่อว่าจะได้มีประสบการณ์แปลกๆ ที่ทำให้เซลล์สมองเรามีความตื่นเต้นยินดีเพราะมีเรื่องแปลกใหม่ให้ต้องสัมผัสตลอด

คุณลองแปรงฟันด้วยมือข้างที่ไม่ถนัดบ้างไหม? หรือเปลี่ยนแปลงลำดับเวลาในการทำกิจวัตร เช่นเดิมเคยอาบน้ำก่อนรับประทานอาหาร ก็เปลี่ยนเป็นรับประทานอาการก่อนอาบน้ำเป็นต้น

หรือ ณ ที่ทำงาน, ลองสลับตำแหน่งของที่อยู่บนโต๊ะทำงาน และโทรไปหาเบอร์ประจำโดยสูดดมกลิ่นหอม เช่นสูดกลิ่นส้มก่อนโทรหาเจ้านาย

อีกข้อแนะนำหนึ่งคือที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตและตลาดสด, ให้หลับตา สูดกลิ่น แล้วลองทายดูซิว่าเป็นผลไม้ชนิดไหน ขนมยี่ห้ออะไร

เพราะนั่นจะเป็นการ "เอ็กเซอร์ไซส์" ประสาทสัมผัสทั้งจมูกและประสาทของสมองหลายส่วนพร้อมๆ กัน

ที่สำคัญคืออย่าหลับหูหลับตาทำจนตกท่อหรือหล่นจากบันไดก็แล้วกัน, เพราะนั่นเท่ากับเป็นการทำของคน "ซื่อบื้อ" มากกว่า

คนซื่อบื้อนั้นอยู่นานไปก็รังแต่จะเป็นที่รำคาญของคนอื่นเท่านั้นเอง....(ฮา)

ทดลองบริหารสมองอย่างที่ว่ามาแล้ว, ผลเป็นอย่างไร, แบ่งปันประสบการณ์กันด้วยนะครับ

ผมจะเริ่มด้วยการเดินถอยหลังขึ้นเตียงแล้วตีลังกานอนดูก่อนครับ (เป็นความสามารถเฉพาะตัว, อย่าเอาอย่างเป็นอันขาด)

ที่มา : www.oknation.net/blog/suthichai

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >