หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow ข่าวย้อนหลัง arrow เสวนาโต๊ะกลม "ศาสนากับการพัฒนาคนและชุมชน"
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
การศึกษาเพื่อสิทธิ&สันติภาพ
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)



จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 53 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 107:"อยู่ให้เป็น?!!! ในสังคมดิจิทัล"

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 107


วันสันติสากล 1 มกราคม 2018

 สารวันสันติสากล
1 มกราคม 2018
ผู้อพยพและผู้ลี้ภัย คือ
ชายหญิงที่มุ่งแสวงหาสันติภาพ


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 2 และ3

 หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร
ภาคที่ 2 และ3
 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 1

หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร ภาคที่ 1



หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง



โปสเตอร์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ พ.ศ.2532

โปสเตอร์
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
แห่งสหประชาชาติ
พ.ศ.2532


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

 

Donation / สนับสนุนการดำเนินงาน

ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ของ
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ (ยส.) 

  • โอนเข้าบัญชี ในนาม
    คณะกรรมการฯ แผนกยุติธรรมและสันติ 
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้วยขวาง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 002-8-02590-4
    (กรุณา Fax สำเนาการโอนเงินมาที่ 0 2692 4150)
    (หรือส่งสำเนาการโอนเงินทางอีเมล์ ccjpthai@gmail.com)

  • ทางธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “ปริญดา วาปีกัง” ตู้ ปณ. สุทธิสาร (10321)
    114 (2492) ถ.ประชาสงเคราะห์ ซอย 24 ดินแดง กรุงเทพฯ 10400
เสวนาโต๊ะกลม "ศาสนากับการพัฒนาคนและชุมชน" พิมพ์
Thursday, 09 February 2012

"ศาสนากับการพัฒนาคนและชุมชน"

  Image

เสวนาโต๊ะกลม "ศาสนากับการพัฒนาคนและชุมชน" จัดโดย ศูนย์สังคมพัฒนา สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกความยุติธรรมและสันติ และสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่ห้องประชุม ๑ ชั้น ๒ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา มีผู้เข้าร่วมเสวนา ๒๒ ท่าน

รศ.ดร.ผดุงยศ ดวงมาลา รองอธิการบดีฝ่ายศิษย์เก่าและชุมชนสัมพันธ์ และดูแลสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวเปิดการเสวนาว่า ศาสนาช่วยให้สังคมของเรามีสันติสุขโดยคุณธรรม จริยธรรม ตามแนวทางปฏิบัติอันงดงามของแต่ละศาสนา หลักธรรมคำสอน คุณธรรมของศาสนาจะช่วยให้สมาชิกในสังคมที่เป็นศาสนิกของแต่ละศาสนา เดินทางไปด้วยกันด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเพื่อทำให้สังคมไปสู่ความมีสันติที่ยั่งยืนต่อไป

หลักคิด / คำสอนหลักของแต่ละศาสนาในเรื่องการพัฒนา และแนวปฏิบัติของศาสนาในเรื่องการพัฒนา


ศาสนาอิสลาม

ImageImage 

อาจารย์มัสลัน มาหะมะ

รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยอิสลาม ยะลา

ชื่อของศาสนาอิสลามหมายถึง สันติวิธี คำว่า อิสลามคือความสันติ และพระนามหนึ่งของ อัลเลาะฮ์ ที่มุสลิมทุกคนนับถือก็คือ อัสสะลาม หมายถึง ผู้ทรงสันติ ผู้นับถือศาสนาอิสลามที่เรียกว่า มุสลิม คือผู้ที่ดำรงตนอยู่ในสันติ ความเข้าใจพื้นฐานของอิสลามคือ มนุษย์มีพระเจ้าองค์เดียวคือ อัลเลาะฮ์ และมีรากเหง้าจากบรรพบุรุษคนเดียวกันคือ อาดัม

อิสลามมีคำสอนว่า มนุษย์เกิดมาเพื่อเป็น "บ่าว" หรือเป็น "ทาส" ที่ดีของพระผู้เป็นเจ้า เพื่อน้อมรับเจตนารมณ์ของพระเจ้า พระเป็นเจ้าเป็นผู้กำหนดกรอบในการทำความดีของมนุษย์ มนุษย์นำนโยบายของพระเป็นเจ้ามาพัฒนาสังคม แต่มนุษย์ก็มีสิทธิที่จะคิดและพัฒนาตนเอง เพื่อเป็นตัวแทนของพระเจ้า ในมุมมองของอิสลามเชื่อว่าศาสนาที่อัลเลาะฮ์ประทานมาให้นั้นเป็นศาสนาที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้คำสอนของศาสนาเพื่อนำไปปฏิบัติ การเป็นผู้แทนของพระผู้เป็นเจ้าคือ มีส่วนร่วมกับพระเป็นเจ้าในการพัฒนาสังคม นำนโยบายของพระเป็นเจ้ามาปฏิบัติในโลกนี้ ศาสนาอิสลามมีหลักเกณฑ์ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดี อะไรเป็นสิ่งที่ไม่ดี วิธีการที่สอนคือ อัลเลาะห์ประทานศาสนทูตมาสอน เป็นแบบอย่างของมนุษย์ เพื่อมนุษย์จะได้มีหลักปฏิบัติที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิต

มนุษย์มีองค์ประกอบอย่างน้อยสองส่วนคือ หนึ่ง ธาตุดิน สอง ธาตุวิญญาณ ธาตุที่เป็นวัตถุกับนามธรรม มนุษย์มาจากอาดัม ซึ่งมาจากดินเป็นวัตถุธาตุ มีกิเลสและอารมณ์ และมนุษย์มีธาตุวิญญาณ ซึ่งมอบให้อัลเลาะฮ์เป็นผู้กำหนด วัตถุประสงค์ของอิสลามไม่ได้ต้องการดับกิเลส อารมณ์ แต่เพื่อควบคุมกิเลส อารมณ์ อิสลามไม่มีระบบสงฆ์และฆราวาส มนุษย์คนเดียวกันมีทั้งความเป็นสงฆ์และฆราวาส ขณะที่อยู่ในโลกนี้ก็ต้องมีความเชื่อมั่นต่อโลกหน้าด้วย


อาจารย์เจะเหล๊าะ แขกพงศ์

รักษาการ ผ.อ.สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา ม.นราธิวาสราชนครินทร์

หลักการศาสนาที่ประทานมาทั้งหมดเพื่อพัฒนามนุษย์ พัฒนาความคิด ความรู้ ชุมชม สังคม ประเทศชาติ ความรู้ ความคิด ปัญญาของคนมีจำกัด พระเจ้าผู้รอบรู้ทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต รู้ว่าอะไรเป็นคุณ เป็นโทษต่อมนุษย์ซึ่งเป็นผู้ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น กำหนดกรอบหรือหลักการกว้างๆ ไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งเป็นเข็มทิศหรือทิศทางในการพัฒนาตนเองและชุมชน ส่วนที่มนุษย์คิดได้ พระเจ้าก็ปล่อยให้เป็นอิสระ แต่สิ่งที่มนุษย์คิดไม่ได้ พระองค์ทรงแจ้งเอาไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติเช่น ข้อห้ามเรื่องดอกเบี้ย เรื่องการพนัน แม้คนส่วนใหญ่ในโลกคิดว่าระบบดอกเบี้ยยังจำเป็นและส่งเสริมเรื่องนี้อยู่ แต่สักวันหนึ่ง มนุษย์จะยอมรับว่า เศรษฐกิจที่วุ่นวายและในที่สุดอาจจะพังไปทั้งระบบ เหตุสำคัญมาจากดอกเบี้ย

ศาสนทูตเป็นมนุษย์ปถุชนธรรมดา ต่างตรงที่พระเจ้าทรงเลือกให้รับคัมภีร์และนำมาประกาศให้คนอื่น ศานทูตได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่างไว้แล้ว เราก็สามารถปฏิบัติได้ โดยเริ่มต้นจากขัดเกลาจิตใจของตัวเอง ของคนรอบข้าง ให้คิดในสิ่งที่ถูก ให้รู้ว่าตัวเองมีที่มาอย่างไร อำนาจสูงสุดเป็นของใคร ชีวิตต้องเดินไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างไร หัวใจก็จะมีความรัก ยอมจำนนในสิ่งที่ถูกต้อง น้อมรับคำสอนที่มาจากศาสนทูต เรื่องจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญ จิตที่เข้มแข็งต้องอยู่ในเรือนร่างที่เข้มแข็ง และเมื่อเติบโตขึ้นมาก็มีเรื่องเศรษฐกิจ ต้องพัฒนาเศรษฐกิจ เมื่อมีฐานะก็สร้างครอบครัวขึ้นมาซึ่งอิสลามให้ความสำคัญกับเรื่องครอบครัวมาก มีหลายละเอียดในคัมภีร์อัลกุรอาน ระบุหลักเกณฑ์เรื่องการสมรสว่า ควรจะสมรสกับใคร และไม่ควรสมรสกับใครได้บ้าง


อาจารย์อับดุลสุโก ดินอะ

อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยทักษิณ

การเป็นตัวแทนที่ดี คือการเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ศาสนาอิสลามได้วางโครงสร้างหลักไว้สามประการ

โครงสร้างที่หนึ่ง เรียกว่าหลักศรัทธา มีองค์ประกอบย่อยหกประการด้วยกัน

โครงสร้างที่สองคือ หลักปฏิบัติห้าประการ

หลักปฏิบัติ ๕ ประการ เหมือนเสา ๕ ต้นของศาสนาอิสลาม ได้แก่

๑. ปฏิญาณตน ยอมรับว่าอัลเลาะฮ์เป็นพระเจ้าองค์เดียว และศาสนทูตองค์สุดท้าย คือนบีมูฮัมมัด

๒. การละหมาดวันละห้าเวลา ตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง เป็นเสมือนการสร้างสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเป็นเจ้า และสนับสนุนให้ละหมาดที่มัสยิดซึ่งเป็นองค์กรหลักในการพัฒนาชุมชน

๓. การจ่ายซะกาต เป็นทานบังคับให้กับคนแปดประเภท ไม่เรียกว่าการบริจาค เพราะเงินเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมา ไม่ใช่ทรัพย์ของเรา และเป็นความผูกพัน สร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน และเป็นระบบประกันสังคม ในการค้ำจุนสังคม

๔. การถือศีลอด ในหนึ่งปีต้องถือศีลอดหนึ่งเดือน เป็นโรงฝึกในการใช้ชีวิตตลอดหนึ่งเดือนที่แตกต่างไปจากทุกเดือน ในการรับประทานอาหารและบังคับจิตใจ

๕. การไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่นครมักกะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นการสร้างประชาชาติ คนจากทุกเชื้อชาติ แตกต่างสีผิวมาอยู่ร่วมกัน ๔๐ วัน เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน ทักษะชีวิตจากสังคมตนเองไปสู่สังคมข้างนอก

โครงสร้างที่หนึ่งและสอง จะไม่ได้รับผลบุญถ้าขาดโครงสร้างที่สามคือ ความบริสุทธิ์ใจที่ต้อง ๑๐๐ % เพื่อพระเป็นเจ้า ไม่ใช่เพื่อลูกเมีย ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ต้องรับผิดชอบ


อาจารย์สุวิทย์ หมาดอาดัม

ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอิสลาม ยะลา

มุสลิมเป็นตัวแทนของพระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินนี้ มุสลิมต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มีหน้าที่รักษาความดีงามของพระเป็นเจ้า จึงต้องมีกรอบในการรักษาความดีงาม ในฐานะ ปัจเจก คือการละหมาด กับ สังคม (การจ่ายซะกาต โดยกันเงิน ๒.๕ % ของรายได้ทั้งปีมาไว้ในส่วนนี้) และในฐานะที่เราอยู่ในโลกจะต้องป้องกันความเสียหายบนโลก อัลเลาะฮ์เน้นย้ำให้ใช้สติปัญญาต่อเรื่องต่างๆ บนโลก การอยู่บนโลกเป็นการจรรโลงความมั่นคงของการอยู่บนโลกของมนุษยชาติ ยุครุ่งเรืองของศาสนาอิสลามมีวิทยากรต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งผสมผสานแนวคิดจากโลกตะวันตกด้วยเช่นกัน มีการแปลหนังสือจากตะวันตก การอยู่บนโลกนี้เป็นการทำหน้าที่ตัวแทน โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือ การเดินทางต่อไปสู่อีกโลกหนึ่ง เรามีหน้าที่ส่งต่อความมั่นคงให้คนรุ่นต่อไป


ศาสนาพุทธ

ImageImage 

พระครูสิริศาณวิมล

ประชาสัมพันธ์คณะสงฆ์ จ.สงขลา / กรรมการสภาศาสนิกสัมพันธ์ จ.สงขลา

บาลีบทหนึ่งเขียนไว้ว่า "ก่อนอื่นใด ธรรมะมีอยู่แล้ว" พุทธศาสนาเรียกสิ่งที่มีอยู่ก่อนสิ่งทั้งปวง และเป็นที่มาของสิ่งทั้งปวงว่า "ธรรมะ" ศาสนาอื่นอาจเรียกว่า พระยะโฮวาห์ พระอัลเลาะฮ์ ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากธรรมะ มนุษย์เรายืมทุกสิ่งทุกอย่างมาจากธรรมะ แล้ววันหนึ่งเราก็ต้องส่งคืน ธรรมะให้ความเมตตากับเราเสมอ เมื่อจะเอาคืนก็ค่อยๆ มาเตือนเรา เช่นทำให้ผมหงอก ตาฝ้าฝาง ผิวหนังเหยี่ยวย่น เพื่อบอกจะขอคืนแล้ว

ความทุกข์ของมนุษย์มาจาก อุปทาน คือการไปยึดมั่น ถือมั่น ในสิ่งที่ไปยืมธรรมะมาว่าเป็นของเราซึ่งที่จริงแล้วเป็นของธรรมะ ธรรมะมีอิสระเหนือสิ่งอื่นใด หลังจากตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้ามาใคร่ครวญว่า คนเราจะอยู่โดยไม่มีที่เคารพไม่ได้ พระองค์จึงเคารพธรรมะ ได้แก่

หนึ่ง มนุษย์เกิดมาเพื่อความดี เพื่อความเป็นผู้เลิศ ผู้ประเสริฐ ผู้เจริญ เกิดมาเพื่อยกย่องสิ่งที่เป็นความถูกต้องดีงาม ความดีงามมีหลายระดับ ความดีงามคือสิ่งที่ทำไปแล้ว๑.ตนมีความสุข คนอื่นไม่เป็นทุกข์ ๒. ตนเองและคนอื่นมีความสุข และ ๓.บัณฑิตสรรเสริญ โดยเฉพาะพระบรมศาสนาสรรเสริญ

สอง มนุษย์เกิดมาเพื่อเป็นผู้เจริญ นอกจากเพื่อความดีแล้วต้องเป็นคนดี ชาวพุทธอยู่ที่ใด ต้องนำความสงบสุขไป ดุจดังแมลงภู่ที่รู้จักกตัญญูต่อดอกไม้ ดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้เพื่อยังชีพ เกาะที่ดอกไม้ด้วยความนิ่มนวล ไม่เคยทำให้ดอกไม้ชอกช้ำแต่ประการใด ชาวพุทธก็ต้องเป็นเช่นนั้น ไปอยู่ที่ใดก็นำความสงบสุขไปให้ที่นั้น แมลงภู่นอกจากยังชีพด้วยน้ำหวานดอกไม้แล้วก็ยังช่วยผสมพันธุ์ดอกไม้ด้วย

สาม มนุษย์เกิดมาเพื่อเผยแผ่ความดี เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าส่งสาวกชุดแรก ๖๐ รูปไปเผยแพร่พุทธศาสนา พระองค์ตรัสว่า ไปเถิดภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในที่นี่ไม่ได้หมายถึงพระเท่านั้นแต่หมายถึงคนที่มีศรัทธาทำดีแล้วได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว สำนึกในบาปบุญคุณโทษ พวกเธอจงท่องเที่ยวไปสู่ที่จาริก จงแสดงธรรมให้งามในเบื้องต้น ให้งามในท่ามกลาง ให้งามในที่สุด เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข เพื่ออนุเคราะห์แก่มหาชนเป็นอันมาก บ่อยครั้งที่กองทัพธรรมของพุทธเจ้าไปถึงเมืองที่มีความสุขดีอยู่แล้ว ก็ไม่เข้าไปเมืองนั้นแต่ไปหาเมืองอื่นที่มีการเบียดเบียนกัน

พุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยความเพียรพยายาม มนุษย์สามารถก้าวถึงสิ่งสูงสุดในชีวิตได้จากความเพียรของมนุษย์อย่างเป็นกระบวนการ สติปัญญาของมนุษย์ไม่มีอะไรมาปิดกั้นได้ เราสามารถพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ขึ้นสู่ขั้นสูงสุดคือเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าไม่ได้เกิดจากการดลบันดาลของเทพเจ้า พุทธศาสนาสอนว่าสิ่งที่เราแตกต่างกันเป็นเพราะกรรมที่เราทำ ชีวิตเป็นไปตามกรรรม การเวียนว่ายตายเกิด ชีวิตไม่ได้มีชาติเดียว สิ่งที่อยู่เบื้องหลังสรรพสิ่งคือ กฎแห่งกรรมหรือกฎธรรมชาติ แม้กระทั่งการปรากฏตัวของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ต้นไม้ ดอกไม้ ก็เกิดขึ้นตามปัจจัยตามธรรมชาติ

กิเลส คือความโลภ โกรธ หลง เป็นสิ่งที่สามารถขจัดให้หมดไปได้ ศีลคือการควบคุมกิเลสคือนอกจากควบคุมกิเลสแล้ว ต้องเจริญปัญญาด้วยการกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นไป

นิพพานคือหมดกิเลส จะไม่ทุกข์อีก ปรินิพพานคือ หมดกิเลสและหมดลมหายใจด้วย พระพุทธเจ้าทรงนิพพานตอนอายุ ๓๕ พรรษา พระองค์ไม่มีกิเลส ไม่โลภ โกรธ หลง มนุษย์เราทุกข์เพราะมีความโลภ ความโกรธ ความหลง ในวันที่จะปรินิพพาน พระพุทธเจ้าสอนว่า "เธอทั้งหลายจงช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น ให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด" จึงเป็นพันธกิจของชาวพุทธที่จะช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นให้ได้รับความรอด ทุกคนต้องปฏิบัติธรรมไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือฆราวาส เพราะทุกคนที่มีความทุกข์ก็ต้องปฏิบัติธรรม ได้รับความรอดคือ ๑. รอดจากความทุกข์ยากลำบากทางกาย (อาชีพ,เศรษฐกิจ) พุทธศาสนาจึงสอนว่าอาชีพไหนควรทำ ไม่ควรทำ และทำอย่างไร ๒. รอดพ้นจากอบาย รอดชีวิตหลังความตายหรือรอดจากนรก ๓. รอดจากความทุกข์ มีใครมาทำอะไรให้เราไม่พอใจ หรือมีเหตุการณ์อะไรทำให้เราไม่พอใจ ถ้าเรายังโลภ โกรธ หลงอยู่ เราก็มีความทุกข์


พระครูปลัดสมพร ฐานธมโม

เจ้าอาวาสวัดคลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

คำว่าพุทธ หมายถึง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน หลักศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์ เช่น เชื่อในเรื่องของกรรรม กรรมก็คือการกระทำ ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่ว ย่อมได้ชั่ว เป็นกฎที่เป็นสัจจะ ความจริง ผู้รู้คือรู้จริง รู้แจ้ง พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง ไม่ให้เชื่องมงาย ใครไม่เชื่อก็ให้ปฏิบัติเองก็จะรู้เองนี่คือหลักของศาสนาพุทธ

มนุษย์ต้องปฏิบัติคุณธรรมพื้นฐาน ๕ ประการ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์ ได้แก่

๑. ความเมตตากรุณา งดเว้นจากการฆ่าฟันทุกชนิด

๒. สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพด้วยสุจริต ไม่ขโมย ฉ้อโกง คอรัปชั่น

๓. ลด ละ กามคุณ ไม่ประพฤติผิดในกาม พรากลูกเมียผู้อื่นเพื่อมาบำเรอตน

๔. ไม่หมกมุ่นเรื่องการมุสา ต้องมีสัจจะ พูด ปฏิบัติ เรื่อง"ความจริง" สังคมที่โกหกทั้งต่อหน้าและลับหลัง ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ รวมถึงใช้วาจาไพเราะ ไม่พูดหยาบคาย

๕. ห่างไกลเหล้า สุรา งดเว้นอบายมุข ยาเสพติดทุกประเภท รวมทั้งเครื่องดองของเมา เหล้า สุรา ทุกประเภท


ศาสนาคริสต์ (คาทอลิก)

Image 

คุณพ่อพิชาญ ใจเสรี

ศาสนาคริสต์เชื่อว่าพระเยซูเจ้าเป็นพระเจ้า เมสสิยาห์ (Messiah) เกิดมาในโลกและเผยแสดงทุกสิ่งให้กับมนุษย์ผ่านทางพระคัมภีร์ไบเบิ้ล BIBLE จึงเป็นเหมือนข้อมูลเบื้องต้นในการดำเนินชีวิตคือ Basic Information Before Living the Earth

พระเยซูเจ้าบอกว่า "เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต" พระเยซูเกิดมาในช่วง ๒๐๐๐ ปีก่อน แต่ความเชื่อในพระเป็นเจ้ามีมาก่อนแล้ว เช่น พี่น้องอิสลามก็รู้เรื่องความเชื่อของ อิบราฮิม (อับราฮัม) ที่เชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว พระเยซูเจ้าไม่ได้มาสอน "ศาสนาคริสต์" แต่ มาสอนหนทางแห่งความจริง คำว่า "สัจธรรม" จึงเป็นคำใหญ่มากที่พระเยซูเจ้าสอน พระองค์มาทำให้สัจธรรมสมบูรณ์ในพระองค์ จากที่บรรดาประกาศกได้สอนมาก่อนหน้านี้ เพราะพระองค์มาอยู่ท่ามกลางมนุษย์เรา

พระเยซูเจ้ายกย่อง "คน" เพราะทุกคนเป็น "ลูกของพระเจ้า" ไม่แบ่งแยกชนชั้นหรือกลุ่ม คำว่า "เพื่อนบ้าน" หรือ "เพื่อนพี่น้อง" ไม่จำกัดอยู่ด้วย เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมใดๆ ทั้งสิ้น สมัยพระเยซูเจ้า ชาวยิวตีความว่าเพื่อนพี่น้องต้องเป็นยิวบริสุทธิ์เท่านั้น คือคนที่ถือทำนองคลองธรรมของโมเสส ถ้าถือไม่สมบูรณ์เรียกว่าเป็น สะมาริตัน เป็นคนนอกลู่นอกทาง

นักกฎหมายชาวยิวมาถามพระเยซูเจ้าว่า ใครคือเพื่อนบ้านของผม พระเยซูเจ้าเล่าเรื่องว่าคนหนึ่งเป็นพระ เดินมาเห็นชายที่ถูกโจรปล้นและทำร้าย พระคนนั้นก็เดินผ่านไป คนที่สองเป็นชาวเลวี ก็เดินผ่านไปเช่นกัน คนที่สามเป็นสะมาริตัน ผ่านมาเห็นก็ช่วยปฐมพยาบาลแล้วพาไปพักในโรงแรม ให้เงินกับเจ้าของโรงแรมและบอกด้วยว่า ช่วยดูแลเขาให้ด้วย พระเยซูเจ้าถามว่าสามคนนี้ใครเป็นเพื่อนของชายที่ถูกทำร้ายนี้.... เพื่อนบ้าน เพื่อนพี่น้องจึงไม่จำกัดอยู่ด้วย ชาติ ศาสนา วัฒนธรรมใดๆ ทั้งสิ้น

คนเป็น "ศูนย์กลาง" จากพระคัมภีร์ พระเจ้าทรงสร้างทุกสิ่งและทุกอย่างดีหมด ดวงอาทิตย์ ดวงดาว ฟ้าทะเล และสร้างมนุษย์ในวันสุดท้าย พระองค์บอกว่า "ดีที่สุด" เพราะทรงสร้างตามภาพลักษณ์ของพระเจ้า มนุษย์จึงมีพันธกิจในการดูแลสิ่งสร้างหรือธรรมชาติแทนพระเจ้า ไม่ใช้ใช่ประโยชน์อย่างเดียว ดังนั้น ศาสนาจึงเป็นพลังสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์กับพระเจ้า สิ่งสร้าง และมนุษย์มีพันธกิจในการร่วมสร้างสังคมด้วยการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

พระเยซูเจ้าอยากให้เรามีพันธกิจสืบต่อจากพระองค์โดย

๑. เป็นแสงสว่างส่องโลก ถ้าโลกอยู่ในความมืดเราจะเป็นแสงสว่างได้อย่างไร

๒. เป็นเกลือดองแผ่นดิน พยายามรักษาสิ่งที่ดีให้จีรัง ซึ่งโลกปัจจุบันก็มีการตีความความดีไปต่างๆ กันไป

๓. เป็นเชื้อแป้ง เป็นยีสต์ เราตัวเล็กๆคนหนึ่ง จะอยู่ที่ไหนก็มีความสำคัญ มีศักยภาพ ต่อหน้าพระเจ้า

ในแง่ของศาสนาคริสต์ นิกายคาทอลิก บัญญัติหรือพระประสงค์ของพระเจ้า ผ่านมาทางโมเสส ซึ่งเป็นประกาศกก่อนพระเยซูเจ้าเกิดประมาณ ๑,๔๐๐ ปี พระเป็นเจ้าให้บัญญัติ ๑๐ ประการ ตามบริบทของผู้มีความเชื่อในเวลานั้น ประชากรชาวยิวตอนนั้นมีประมาณสองแสนคน เมื่อพระเยซูเจ้ามา สังคมเปลี่ยน พฤติกรรมเปลี่ยน พระองค์จึงทำให้สมบูรณ์ด้วยการ สรุปบัญญัติเอกไว้สองประการคือ ๑. รักพระเป็นเจ้า ๒. รักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง


คุณอัจฉรา สมแสงสรวง

ศาสนาเป็นพลังในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับสิ่งสร้างทั้งมวล นี่คือแนวทางพื้นฐานของการพัฒนา การทำงานพัฒนาคือการร่วมในงานสร้างของพระเจ้าในฐานะที่เราเป็น "ฉายา" เป็นลูกของพระ เรามีพันธกิจในการร่วมกันสร้างสังคม พระเยซูเจ้าลงมาเกิดเป็นมนุษย์ มาอยู่กับคนชายขอบในสังคม มาช่วยฟื้นคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คืนความยุติธรรมให้กับเขา คือรากฐานการทำงานพัฒนา เช่นเดียวชาวพุทธที่พระคุณเจ้าได้พูดถึงในเรื่องการช่วยมนุษย์ให้รอด ซึ่งเป็นหลักศาสนธรรมที่ตรงกัน เป้าหมายในการพัฒนาคือการช่วยให้มนุษย์ได้รับความรอดและได้รับอิสรภาพ

การพัฒนาต้องไม่ให้คนบรรลุทางวัตถุอย่างเดียว แต่ฟื้นฟูพัฒนายกระดับจิตใจให้สูงขึ้น และช่วยให้มนุษย์เป็นคนที่สมบูรณ์ (Being) มากกว่าการมีมากขึ้น (Having) ในทางเศรษฐกิจ การพัฒนามุ่งไปสู่ "ความดีส่วนร่วม" ความพาสุข ความรอดส่วนร่วม เพื่อให้ชีวิตฝ่ายจิตได้รับการยกระดับ


คุณรุ่งโรจน์ ตั้งสุรกิจ

การพัฒนามีสองระดับคือ ระดับแรก การช่วยเหลือ การสงเคราะห์ก่อนเพื่อให้แต่ละคนลืมตาอ้าปากได้ ในปัญหาเฉพาะหน้าของเขา เช่นเวลาเกิดภัยพิบัติต่างๆ แต่ที่สำคัญคือการทำงานระยะยาว จะช่วยให้มนุษย์ค้นพบรากเหง้าของปัญหาที่เขาถูกกระทำ กดทับเขาอยู่และตระหนักในศักยภาพของเขา คือหัวใจในการพัฒนา คุณพ่อพิชาญพูดถึงชาวสะมาริตันก็เป็นหลักที่ชาวคริสต์ใช้ในการสนใจ ห่วงใย แบ่งปัน รับใช้ สร้างเครือข่าย ค้นพบและใช้ศักยภาพในการสร้างความผาสุกในสังคม

หัวใจของศาสนาคริสต์คือความรัก คือพระเจ้าเป็นองค์ความรัก และพระเยซูให้บัญญัติเอกคือ รักพระ และรักเพื่อนมนุษย์ จะรักพระได้ก็ต้องรักเพื่อนมนุษย์ ถ้าบอกรักพระโดยไม่รักเพื่อนมนุษย์ แสดงว่าไม่ได้รักพระจริง

มนุษย์เป็นภาพลักษณ์ของพระเจ้า มีความละม้ายเหมือนพระเยซูเจ้า คือ หนึ่ง มีความรัก สอง มนุษย์มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี จากฐานตรงนี้มนุษย์จึงมีสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ตามมา และมนุษย์มีอำเภอใจ มีเสรีภาพในการตัดสินใจด้วยตัวเอง
เมื่อมนุษย์ได้ทำผิดพลาดไปหรือที่เรียกว่าบาป หลังจากที่มนุษย์รู้ตัวว่าได้ทำผิดไปแล้ว พยายามที่จะปรับปรุงตัว แล้ววันหนึ่งพระเจ้าก็ส่งพระเยซูเจ้ามาตายเพื่อที่จะไถ่โทษ ลบล้างความผิดของมนุษย์ บทบาทนั้นสืบทอดมาถึงคนที่ประกาศตัวว่าเป็นศิษย์ของพระเยซู คือการไถ่กู้เพราะมนุษย์ยังอ่อนแอ จะทำผิดพลาดได้อีก การไถ่กู้เพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า มนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับสิ่งสร้างทั้งมวลที่เป็นธรรมชาติ เพราะพระเจ้ามอบหมายให้มนุษย์ดูแลสิ่งสร้าง เหมือนกับที่พระคุณเจ้าบอกว่ามนุษย์ต้องทำตัวเหมือนแมลงภู่ ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยกัน

ImageImage 


ประเด็นร่วมของคำสอนของศาสนาในการพัฒนาคนและชุมชน

๑. หลักคิดพื้นฐาน มนุษย์มาจากพระเจ้า ถูกสร้างขึ้นมาตามฉายาของพระองค์ มนุษย์จึงมีเกียรติและศักดิ์ศรี (อิสลาม-คริสต์) , ธรรมะมีอยู่แล้ว ชาวพุทธเคารพธรรรมะ ธรรมะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว

๒. มนุษย์ทุกคนมีภารกิจหลักในงานพัฒนาตนทั้งระดับปัจเจกและสังคม มนุษย์ต้องช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นให้ได้รับความรอด

๓. เป้าหมายการพัฒนา คือการพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์ ซึ่งต้องคำนึงทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ

๔. การพัฒนาต้องช่วยให้มนุษย์เข้าถึงความจริง

๕. ทุกศาสนาปรารถนาให้ทุกคนและสังคมมีสันติสุข

๖. ศาสนาส่งเสริมการทำความดี และห้ามปรามไม่ให้ความชั่วเกิดในสังคม

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >