|
จำนวนผู้เข้าชม |
|
ขณะนี้มี 68 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ |
 
ขอบคุณทุกท่าน ที่แวะเข้ามาค่ะ
|
|
แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด |
|

วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 88

หนังสือแปล
Jesus CEO : พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :
พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง
|
|
|
สาระสำคัญของสารวันสันติภาพสากล ปี 1996/2539 : ให้เรามอบอนาคตที่เปี่ยมด้วยสันติแก่เด็กๆ |
|
|
Friday, 19 May 2006 |
สาระสำคัญของสารวันสันติภาพสากล ของสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 1 มกราคม 1996/2539 ให้เรามอบอนาคตที่เปี่ยมด้วยสันติแก่เด็กๆ
| “ให้เรามอบอนาคตที่เปี่ยมด้วยสันติแก่เด็กๆ” นี่เป็นคำร้องขออย่างเชื่อมั่น ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น พอล ที่ 2 ระบุไว้ และพระองค์เชื้อเชิญทุกๆ คนให้ช่วยเหลือเด็กให้เติบโตขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมแห่งสันติภาพที่แท้จริง ซึ่งเป็นสิทธิของพวกเขา และเป็นหน้าที่ของเราทุกคน
ในช่วงเวลานั้น เด็กจำนวนมากมายตกเป็นเหยื่อของสงคราม เด็กเรือนล้านได้รับบาดเจ็บหรือถูกสังหารอันเป็นการล้างผลาญชีวิตอย่างแท้จริง
สารฉบับนี้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “กฎหมายระหว่างประเทศที่ปกป้องเด็กเป็นพิเศษ มักจะถูกเพิกเฉยอย่างแพร่หลาย เด็กๆ ยังต้องตกเป็นเป้าของการลอบสังหาร โรงเรียนของพวกเขาถูกทำลายอย่างจงใจ และโรงพยาบาลที่พวกเขากำลังรับการรักษาต้องถูกระเบิดทำลาย เราจะไม่ประณามสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร การฆ่าเด็กอย่างจงใจเป็นสัญญาณที่น่าสลดใจถึงการสูญสิ้นต่อความเคารพในชีวิตมนุษย์”
นอกจากเด็กที่ถูกสังหารแล้ว สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น พอล ที่ 2 ยังคิดถึงเด็กที่พิการไปในระหว่างที่เกิดความขัดแย้งหรือหลังความขัดแย้งด้วย พระองค์ทรงคิดถึงเยาวชนที่ถูกไล่ล่า ถูกข่มขืน หรือสังหารอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาที่เรียกว่า “การล้างเผ่าพันธุ์”
สารฉบับนี้บอกว่า เด็กๆ มิเพียงแต่เป็นเหยื่อความรุนแรงของสงครามเท่านั้น แต่พวกเขาจำนวนมากยังถูกบีบบังคับให้เข้าร่วมในความรุนแรงเหล่านี้ด้วย บางประเทศถึงกับบังคับเยาวชนที่ยังเป็นเด็กชายและหญิงตัวเล็กๆ ให้เป็นทหารเข้าสู่สงคราม พวกเด็กๆ ถูกหลอกลวงว่าจะได้รับอาหารและการศึกษา แต่เด็กๆ กลับถูกกักกันอยู่ในค่ายที่อยู่ห่างไกล เด็กๆ ต้องทนทุกข์ทรมานจากความหิวโหย ถูกล่วงละเมิด และถูกส่งเสริม “ให้ฆ่าแม้แต่คนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน” และบ่อยครั้งที่เด็กและเยาวชนจำนวนมากถูกส่งไปแนวหน้าเพื่อทำลายกับระเบิดในสนามรบ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าชีวิตของเด็กๆ มีค่าเพียงเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ใช้พวกเขาด้วยวิธีการดังกล่าว
อนาคตของเยาวชนที่ถืออาวุธมักจะตกอยู่ในอันตราย หลังจากเป็นทหารหลายปี บางคนถูกปลดและส่งกลับบ้าน หลายคนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตพลเรือน และอีกหลายคนรู้สึกละอายใจที่มีชีวิตรอดในขณะที่เพื่อนๆ ต้องเสียชีวิตไป ขึงมักจะกลายเป็นอาชญากรหรือผู้ติดยาเสพติด ฝันร้ายเหล่านี้ยังคงตามหลอกหลอนพวกเขาต่อไปอีก และสมองของพวกเขาจะสามารถลบล้างความทรงจำเกี่ยวกับความรุนแรงและความตายได้หรือ?
สารฉบับนี้ ห่วงใยบรรดาเด็กๆ เรือนล้าน ซึ่งถูกสังหารและระลึกถึงใบหน้าเศร้าๆ ของเด็กอื่นๆ อีกจำนวนมากที่กำลังทุกข์ทน และเป็นพลังผลักดันให้ “ผู้ใหญ่” ดำเนินมาตรการทุกอย่างที่เป็นไปได้ เพื่อปกป้องหรือสร้างสันติภาพ ขจัดสงครามและความขัดแย้งต่างๆ ให้หมดสิ้นไป
นอกจากสารฉบับนี้จะเป็นห่วงเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของสงครามแล้ว และยังเป็นห่วงเด็กที่เป็นเหยื่อของความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ด้วย โดยระบุว่าเด็กเรือนล้านต้องทนทุกข์ทรมานจากความรุนแรงในรูปแบบอื่นๆ ที่ดำรงอยู่ทั้งในสังคมยากจน และสังคมที่พัฒนาแล้ว ความรุนแรงเหล่านี้มักจะไม่ค่อยเด่นชัดนัก แต่มีความน่าหวาดหวั่นไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เช่น ในบางประเทศ เด็กๆ ถูกบังคับให้ทำงานในวัยเยาว์ และมักจะได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดี พวกเขาถูกลงโทษอย่างรุนแรง และได้รับค่าจ้างที่ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ
เด็กหลายคนถูกซื้อขาย เพื่อให้เป็นขอทานหรือแม้กระทั่งถูกบังคับให้เป็นหญิงบริการ ดังเช่นกรณีที่เรียกว่า “การท่องเที่ยวเพื่อเพศสัมพันธ์”
สารฉบับนี้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “ธุรกิจอันแสนน่ารังเกียจนี้ ไม่เพียงแต่ลดคุณค่าผู้ที่มีส่วนในธุรกิจนี้เท่านั้น แต่ยังลดคุณค่าผู้ที่ส่งเสริมธุรกิจนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งด้วย บางคนไม่ลังเลใจที่จะให้เด็กๆ เข้าร่วมในอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายยาเสพติด ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้พวกเด็กต้องเสี่ยงต่อการติดยาด้วย
เด็กจำนวนมากจึงต้องจบลงด้วยการยึดข้างถนนเป็นบ้าน ถูกครอบครัวทอดทิ้ง และคนจำนวนมากต่างมองพวกเขาว่าเป็น “ขยะสังคม” ซึ่งต้องกำจัดเสีย
สารฉบับนี้ยังระบุอีกว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ความรุนแรงต่อเด็กๆ สามารถพบได้แม้แต่ในครอบครัวที่มั่งคั่งสมบูรณ์ เด็กจำนวนมากยังถูกบังคับให้ต้องทนความเจ็บปวดที่เกิดจากการทะเลาะเบาะแว้งของพ่อแม่ หรือจากการที่ครอบครัวแตกแยก บางครั้งในครอบครัวที่มั่งคั่งสมบูรณ์ เด็กๆ กลับเติบโตขึ้นมาในสภาพที่โดดเดี่ยวอันน่าเศร้าสลด ปราศจากการแนะนำด้วยความรักอันมั่นคง และขาดการอบรมทางศีลธรรมที่เหมาะสม เมื่อถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพัง เด็กๆ มักจะเรียนรู้ความเป็นจริงจากรายการโทรทัศน์ ซึ่งบ่อยครั้งมักจะนำเสนอรายการที่ไม่จริงและไม่ถูกต้องตามศีลธรรม
แม้สารฉบับนี้จะเน้นถึงสภาพความโหดร้ายที่เด็กจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น พอล ที่ 2 กล่าวไว้ว่า “นี่เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าที่จะชี้ให้เห็น แต่ข้าพเจ้ามิได้มีความตั้งใจที่จะยอมต่อความคิดในแง่ร้าย หรือเพิกเฉยต่อเครื่องหมายแห่งความหวัง”
พระองค์ยังทรงเต็มเปี่ยมด้วยพลังที่จะส่งเสริมและใช้ความพยายามให้เด็กๆ ได้รับความรักอย่างเหมาะสม เพราะเด็กเป็นผู้สร้าง “สันติภาพ” เป็นผู้สร้างโลกแห่งภราดรภาพและสมานฉันท์ ซึ่งเด็กๆ ควรได้รับโอกาสเพื่อการเติบโตอย่างเหมาะสม โดยการปรับให้เข้ากับความต้องการของแต่ละคน
สารฉบับนี้กล่าวไว้ว่า เด็กๆ มิใช่ภาระของสังคม พวกเขามิใช่เครื่องมือสำหรับการแสวงหากำไร หรือเป็นผู้ไม่มีสิทธิ เด็กๆ เป็นสมาชิกที่มีค่าของครอบครัวมนุษยชาติ เพราะพวกเขาเป็นความหวัง และเป็นศักยภาพของครอบครัวมนุษยชาติ
ในตอนท้ายของสารฉบับนี้กล่าวไว้ว่า คำสอนแห่งคริสตศาสนาอันลึกซึ้งคือ “การกลับเป็นเด็ก” มีจิตใจเรียบง่ายแบบเด็ก ซึ่งสำคัญมากกว่าข้อเรียกร้องธรรมดาทางศีลธรรม
ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงสั่งให้สานุศิษย์ของพระองค์ทำตัวเป็น “เด็ก” อีกครั้งหนึ่ง และพระองค์ทรงเปลี่ยนวิธีคิดของสานุศิษย์ให้รู้ว่า ผู้ใหญ่ต้องเรียนรู้วิถีทางของพระเจ้าจากเด็กๆ
และในย่อหน้าสุดท้ายของสารฉบับนี้ระบุไว้ว่า “ให้เราทุกคนรวมพลังต่อสู้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และเอาชนะสงคราม ให้เราสร้างเงื่อนไขที่ให้หลักประกันว่าเด็กๆ สามารถรับโลกที่เป็นหนึ่งเดียว และมีความเป็นพี่น้องกันมากขึ้น อันเป็นเสมือนมรดกจากชนรุ่นหลังของเรา”
|
Powered by AkoComment 2.0! |
|