|
จำนวนผู้เข้าชม |
|
ขณะนี้มี 27 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ |
 
ขอบคุณทุกท่าน ที่แวะเข้ามาค่ะ
|
|
แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด |
|

วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 83

หนังสือแปล
Jesus CEO : พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :
พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง
|
|
|
สาระสำคัญของสารวันสันติภาพสากล ปี 1992/2535 : ผู้มีความเชื่อทั้งหลายร่วมกันสร้างสันติ |
|
|
Friday, 19 May 2006 |
สาระสำคัญของสารวันสันติภาพสากล ของสมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่ 2 1 มกราคม 1992/2535 ผู้มีความเชื่อทั้งหลายร่วมกันสร้างสันติ
| ครบรอบ 25 ปี ของสารวันสันติภาพสากลในปี 1992 นี้ ได้มีการย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาโดยภาพรวม ซึ่งพบว่าหลายเหตุการณ์ยังคงดำเนินไปอย่างน่าเศร้าใจ และเป็นอุปสรรคขัดขวางสันติภาพอย่างแท้จริง
สารฉบับนี้กล่าวในย่อหน้าแรกๆ ไว้ว่า มนุษย์ได้ปล่อยให้ตนเองถูกชักนำด้วยการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวในทางทำลายหรือด้วยความชิงชังฝังรากลึก
ซึ่งความปรารถนาสันติภาพได้ฝังรากลึกลงในธรรมชาติมนุษย์ และมีอยู่ในศาสนาต่างๆ ทั้งแสดงตนออกมาในความปรารถนาที่จะมีระเบียบและความสงบ ในการวางตัวพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นในความร่วมมือและการแบ่งปัน โดยตั้งอยู่ในความเคารพซึ่งกันและกัน คุณค่าต่างๆ เหล่านี้ซึ่งก่อกำเนิดมาจากกฎธรรมชาติ และพร่ำสอนกันโดยศาสนาต่างๆ ของโลก
สารปี 1992 ระบุว่า ชีวิตศาสนิกชน ถ้าดำเนินไปอย่างถูกต้องแล้ว จะก่อให้เกิดผลแห่งสันติภาพ และความเป็นพี่น้องกัน เพราะนี่คือธรรมชาติของศาสนาที่จะสนับสนุนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับพระเป็นเจ้าตลอดกาล และส่งเสริมความสัมพันธ์ฉันพี่น้องระหว่างประชาชนให้มากขึ้น
และยังกล่าวไว้อีกว่า ทัศนะด้านศาสนาและจิตใจที่เต็มไปด้วยการสวดภาวนา ไม่เพียงแต่จะช่วยเราให้เติบโตด้านภายในเท่านั้น แต่ยังชี้แนวทางแก่เราถึงความหมายที่แท้จริงในการดำรงอยู่ของเราในโลกนี้ และอาจกล่าวได้ด้วยว่า มิติทางศาสนากระตุ้นให้เรากล้ากระทำแม้กระทั่งการให้ความช่วยเหลือสนับสนุนอันผูกพันมากขึ้น ในการสร้างสังคมที่มีระเบียบอย่างดี ที่ซึ่งสันติภาพเข้าครอบครอง
อาศัยการภาวนา บรรดาผู้มีความเชื่อทั้งหลายได้พบซึ่งกันและกันในระดับที่เอาชนะความไม่เท่าเทียม ความไม่เข้าใจ ความขมขื่น และความเกลียดชังได้ กล่าวคือ พบกันต่อหน้าพระเจ้าผู้ซึ่งเป็นพระเป็นเจ้าและพระบิดาของเราทุกคน การสวดภาวนา อันเป็นการแสดงออกที่แท้จริงของความสัมพันธ์อันดีกับพระเป็นเจ้า และกับผู้อื่นก็เป็นส่วนสนับสนุนที่ดีต่อสันติภาพแล้ว
สารฉบับนี้เน้นถึงการเคารพเสรีภาพทางศาสนาอย่างเคร่งครัด และการเคารพสิทธิที่จะมีเสรีภาพทางศาสนานั้น คือแหล่งที่มาพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น พอล ที่ 2 กล่าวไว้ในสารฉบับนี้ว่า “ข้าพเจ้าปรารถนาให้การเคารพสิทธิและเสรีภาพทางศาสนาเป็นความผูกพัน ไม่ใช่เพียงคำยืนยัน แต่จะนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยผู้นำทางการเมืองและผู้นำทางศาสนา ตลอดจนตัวของผู้ที่มีความเชื่อทั้งหลาย”
สมเด็จพระสันตะปาปา ทรงเตือนว่า “จะเป็นความผิดพลาด ถ้าศาสนาหรือกลุ่มผู้นับถือศาสนาต่างๆ แปลความหมายและการปฏิบัติตามความเชื่อที่พวกเขานับถือได้ตกไปสู่รูปแบบของลัทธิเคร่งศาสนาแบบผิดๆ และลัทธิเคร่งศาสนา โดยอ้างเหตุผลทางศาสนามาสนับสนุนการต่อสู้โต้แย้งกับผู้อื่น” และ “ถ้าหากจะมีการดิ้นรนต่อสู้ที่คู่ควรกับมนุษย์ นั่นก็เป็นการต่อสู้กับ “ตัณหา” อันไม่เป็นระเบียบต่างๆ ของมนุษย์เอง ต่อต้านความเห็นแก่ตัวทุกรูปแบบ ต่อต้านความพยายามที่จะกดขี่ผู้อื่น ต่อต้านความเกลียดชัง และความรุนแรงทุกรูปแบบ กล่าวโดยย่อคือต่อต้านทุกสิ่งทุกอย่างที่ตรงข้ามกับสันติภาพและการคืนดีกันอย่างแท้จริง
ในช่วงท้ายของสารฉบับนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาเรียกร้องต่อบรรดาผู้นำชาติต่างๆ และต่อผู้นำกลุ่มชนนานาชาติ ให้แสดง “ความเคารพอย่างยิ่งต่อมโนธรรมทางศาสนาของชายและหญิงทุกคนอยู่เสมอ” และเคารพต่อความช่วยเหลือพิเศษที่ศาสนาจะสนับสนุนเพื่อความก้าวหน้าทางอารยธรรม และเพื่อการพัฒนาของประชาชน พวกเขาเหล่านั้นไม่ควรจำนนต่อการถูกผจญในการแสวงหาผลประโยชน์โดยใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือแห่งอำนาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีต่อต้านปฏิปักษ์โดยวิธีการทางทหาร
สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น พอล ที่ 2 เรียกร้องต่อผู้มีอำนาจรัฐทั้งหลาย ให้มุ่งมั่นด้วยความรับผิดชอบอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันสงครามและความขัดแย้ง เพื่อทำงานให้สิทธิและความยุติธรรมจะได้รับชัยชนะ และในขณะเดียวกันก็สนับสนุนการพัฒนาซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ คน และเป็นต้น ต่อบรรดาผู้ที่ถูกกดขี่เพราะความยากจน ความหิวโหย และความทุกข์ยาก ความก้าวหน้าในการลดอาวุธได้เกิดขึ้นแล้ว สมควรจะได้รับการยกย่องสรรเสริญ ทรัพยากรเศรษฐกิจและการเงินซึ่งก่อนหน้านี้นำเอาไปผลิตและขาย “อุปกรณ์แห่งความตาย” จำนวนมาก ตั้งแต่นี้ไปจะถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์แก่มนุษย์ มิใช่เพื่อทำลายมนุษย์
|
|
|