หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow หน้าหลัก
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
การศึกษาเพื่อสิทธิ&สันติภาพ
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)



จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 105 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 104:"พลังครอบครัวเข้มแข็ง สร้างสังคมยั่งยืน"

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ ๑๐๔ 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 2 และ3

 หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร
ภาคที่ 2 และ3
 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 1

หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร ภาคที่ 1



หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง



โปสเตอร์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ พ.ศ.2532

โปสเตอร์
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
แห่งสหประชาชาติ
พ.ศ.2532


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

บทความล่าสุด

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

 

Donation / สนับสนุนการดำเนินงาน

ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ของ
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ (ยส.) 

  • โอนเข้าบัญชี ในนาม
    คณะกรรมการฯ แผนกยุติธรรมและสันติ 
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้วยขวาง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 002-8-02590-4
    (กรุณา Fax สำเนาการโอนเงินมาที่ 0 2692 4150)
    (หรือส่งสำเนาการโอนเงินทางอีเมล์ ccjpthai@gmail.com)

  • ทางธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “ปริญดา วาปีกัง” ตู้ ปณ. สุทธิสาร (10321)
    114 (2492) ถ.ประชาสงเคราะห์ ซอย 24 ดินแดง กรุงเทพฯ 10400
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2553 พิมพ์
Thursday, 04 November 2010

ชมภาพจาก

ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 8


undefinedคลิกชมภาพกันเลยundefined


undefined เว็บบอร์ด : ฝากข้อความถึงเพื่อนร่วมค่ายฯ undefined

(สมัคร สมาชิกด้วยนะ)



Image


Image


ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 8

มิตรภาพ ความรัก ความทรงจำ
จะอยู่ในใจเสมอ ตลอดไป


เป็นครั้งแรกที่ ยส. เลือกสถานที่จัดค่ายยุวสิทธิมนุษยชน ด้วยระยะการเดินทางจากกรุงเทพฯ นานกว่า 3 ชั่วโมง จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีอะไรต่ออะไรเกิดขึ้นครั้งแรกที่ค่ายนี้เสมอๆ

เป็นครั้งแรกที่เราเลือกจัดค่ายในรีสอร์ต แม้จะมีความกังวลเรื่องงบประมาณในช่วงแรก แต่ปัญหานี้ก็เป็นอันตกไป ด้วยความใจดีอย่างสุดซึ้งของชุมพรคาบาน่ารีสอร์ต นอกจากจะมีน้ำใจมากมายแล้ว ที่นี่ยังมีความรู้อันเหลือล้นให้พวกเราได้ประดับสติปัญญาพกพากลับไปบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดในการใช้ชีวิต ไปจนถึงวิธีการปฏิบัติจริงที่เห็นผลได้อย่างไม่จำกัดกาลเวลา

 ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ตั้งอยู่ในเขตอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เป็นรีสอร์ตริม ทะเลที่อยู่ท่ามกลางแมกไม้ สายธารและพืชพรรณธัญญาหาร ประกอบกิจการด้วยแนวคิดพึ่งพาตนเองแต่รับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างน่าประทับใจ ณ สถานที่แห่งนี้ พวกเราทั้ง 40 ชีวิตได้ใช้เวลาแสวงหาความรู้อยู่ด้วยกัน 3 คืน 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-8 ตุลาคม มีเยาวชน 30 คน จาก 7 โรงเรียนเข้าร่วม โดยมีรายนามดังต่อไปนี้ ปากจั่นวิทยา ศรียาภัย นิรมลชุมพร ศรีวิกรม์บริหารธุรกิจ ยอแซฟอุปถัมภ์ ดาราสมุทร และอัสสัมชัญศึกษา

เราเริ่มการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนด้วยการทำความเข้าใจในเรื่องคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ จากกิจกรรมค้นหาคนที่ชอบ/ไม่ชอบ และ กล้วยของฉันหายไปไหน สองกิจกรรมนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าภายในของมนุษย์ทุกคนที่เท่าเทียมกัน ไม่ควรตัดสินกันเพียงลักษณะที่เห็นภายนอกเท่านั้น เหมือนกับเปลือกกล้วยที่มีตำหนิแตกต่างกันไป แต่เนื้อแท้ข้างในแล้วเหมือนกัน ฉันใดก็ฉันนั้น

กิจกรรม ความจำเป็นหรือความต้องการ ทำให้เราเข้าใจถึงสิ่งที่จำเป็นในการมีชีวิตรอดและดำรงอยู่ได้อย่างสมศักดิ์ศรีของการเป็นมนุษย์ ซึ่งสิ่งจำเป็นที่ว่านั้นก็คือสิทธิมนุษยชนนั่นเอง ส่วนสิ่งที่ต้องการ หลายอย่างก็เกินความจำเป็น แต่คนเรามักแยกไม่ค่อยออกว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็น และอะไรเป็นเพียงความต้องการกันแน่

ถัดจากนั้นก็เป็นกิจกรรมฐาน "เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชน" ซึ่งแต่ละฐานกิจกรรมพวกเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆ เช่น ฐานภาพลวงตา : เป็นเกมส์ที่ให้หากระดาษตัวอักษรที่ซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ โดยที่สีของกระดาษต่างกัน ขนาดคำที่ยาวสั้นไม่เท่ากัน ซึ่งกระดาษที่มีสีโดดเด่นก็จะหาได้ง่ายกว่า เปรียบได้กับคนที่มีเงินมากกว่าก็จะเข้าถึงโอกาสต่างๆ ในชีวิตได้มากกว่า ฐานนี้ได้ข้อคิดในเรื่องความยุติธรรม ฐานเรือมนุษย์ : ได้เรียนรู้ว่ามนุษย์มีศักดิ์ศรีและสิทธิของความเป็นมนุษย์เหมือนๆ กัน มีสิทธิที่จะมีชีวิตรอดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานพม่า ผู้ติดเชื้อ หรือนักโทษ ฯลฯ ทุกคนสมควรที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างเทียมกัน และไม่มีใครมีสิทธิที่จะตัดสินชีวิตของใครได้ ฐานบันไดชีวิต... สิทธิของฉัน : เป็นการเรียนรู้เรื่องสิทธิด้านต่างๆ ตั้งแต่เกิดจนตลอดชีวิต เช่น สิทธิในด้านการศึกษา สิทธิในการทำงาน สิทธิในเรื่องสุขภาพ สิทธิทางการเมือง ฯลฯ ฐานช่องว่างระหว่างชนชั้น : เรียนรู้เรื่องความไม่เท่าเทียมกันและความแตกต่างทางสถานะของคนในสังคม ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเข้าถึงโอกาสที่ไม่เท่ากัน จึงเกิดช่องว่างที่ถ่างห่างออกจากกันมากขึ้น แล้วเราจะมีส่วนช่วยเหลือหรือทำให้ช่องว่างเหล่านั้นลดลงได้อย่างไร และฐานสีแห่งความสามัคคี : ได้เรียนรู้ว่า แม้คนเราจะมาจากต่างกลุ่มต่างสีหรือมีความแตกต่างกันอย่างไร ถ้าเรามีความสามัคคีช่วยเหลือกัน ปัญหาอุปสรรคใดๆ ก็สามารถก้าวข้ามไปได้ และยังสอนในเรื่องการไม่กีดกันคนที่มีความแตกต่างจากเราออกไป แต่ควรยอมรับซึ่งกันและกัน


ช่วงค่ำวันนั้น เราก็ได้ชมภาพยนตร์สารคดี เรื่อง Food INC. ซึ่งมีเนื้อหาที่ชวนศึกษาไตร่ตรองเกี่ยวกับปัญหาของกระแสบริโภคนิยม เรื่องราวของหนังนำเราไปรับรู้ตั้งแต่ระบบการผลิตที่ทำลายคุณค่าของชีวิตทั้งมนุษย์ สัตว์ และพืช และยังส่งผลกระทบต่อวิถีการผลิตแบบยั่งยืน เช่น การเร่งผลผลิตด้วยการใช้สารเคมีโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค การตัดแต่งพันธุกรรมและปัญหาด้านสิทธิบัตรที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของเกษตรกร และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการบริโภคอาหารที่ผลิตจากภูมิภาคอื่น ซึ่งต้องขนส่งเป็นระยะทางไกล แม้เนื้อหาของหนังจะหนักไปสักหน่อย แต่พวกเราก็ได้สาระไปอย่างมากมาย

 เช้าวันรุ่งขึ้น ในช่วงกิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิต เศรษฐกิจพึ่งตนเอง พวกเราได้มีโอกาสศึกษาดูงานของชุมพรคาบาน่ารีสอร์ต ซึ่งมีฐานการเรียนรู้ต่างๆ เช่น การทำเตาเผาถ่านแบบถัง 200 ลิตร ซึ่งเกิดผลพลอยได้เป็นน้ำส้มควันไม้ที่มีประโยชน์สารพัดอย่าง การเพาะถั่วงอกแบบคอนโดหลายๆ ชั้น การทำน้ำมันมะพร้าวบีบเย็น การทำน้ำยาล้างจาน สบู่ แชมพู การทำลูกระเบิดจุลินทรีย์ การแช่มือด้วยน้ำสมุนไพร และการปลูกต้นไม้แบบห่มดิน กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพิงการซื้อหาวัตถุภายนอกมาบริโภคมากนัก ได้เรียนรู้วิธีการใช้ทรัพยากรทุกชนิดอย่างคุ้มค่าด้วยการนำกลับมาใช้ใหม่ เรียนรู้ถึงสิทธิในการมีชีวิตอย่างปลอดภัยทั้งในเรื่องอาหารและสภาพแวดล้อม ได้เรียนรู้ทางเลือกในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากการดำเนินชีวิตตามวิถีกระแสหลัก ซึ่งเราตั้งใจว่าจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปริเริ่มใช้และเผยแพร่ให้กับคนในครอบครัวและเพื่อนๆ ต่อไป

ค่ำคืนวันที่สอง พวกเราได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่จากการนำกิจกรรมสันทนาการ โดยพี่หนูจ๋าและพี่โอเอ้ สองสาวจากรั้วมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในค่ายนี้ ที่ผู้นำสันทนาการเป็นผู้หญิง แต่ก็มีความสามารถไม่น้อยไปกว่ารุ่นพี่ผู้ชายที่เคยมาร่วมงานกับค่ายเรา


เช้าวันถัดมา หลังจากการนำออกกำลังกายในห้องนอนใหญ่ (ใหญ่มากจริงๆ) โดยพี่หนูจ๋ากับพี่โอ้เอ้แล้ว ก็เป็นช่วงของกิจกรรมปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เป็นกิจกรรมที่ให้พวกเราได้แสดงความสามารถด้านศิลปะด้วยการปั้นดินน้ำมันและวาดภาพ เพื่อนำเสนอสถานการณ์ปัญหาการละเมิดสิทธิที่เราเคยพบเห็นในสังคม ทั้งจากรอบตัวและในสื่อต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็ได้แสดงฝีมือกันอย่างเต็มความสามารถ มีทั้งความเฮฮาและสาระคละเคล้ากันไป กิจกรรมนี้ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันด้านการศึกษา ซึ่งส่งผลต่อไปยังโอกาสในการทำงาน ปัญหาทางการเมือง เช่น การใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขตของผู้ชุมนุม จนกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และความรับผิดชอบของสื่อที่ควรมีต่อสังคม และได้เรียนรู้ถึงสิทธิของมนุษย์ทุกคนที่มีอยู่ตั้งแต่เกิดจนตลอดชีวิต ซึ่งได้รับความคุ้มครองตามหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

ในช่วงบ่ายวันนั้น เราได้ทำกิจกรรมที่ชื่อว่าบทบาทการมีส่วนร่วมของเยาวชน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้เราได้ฝึกวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาสังคมที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน (หาสาเหตุ / รากของปัญหา ผลกระทบ แนวทางแก้ไข และตรงกับสิทธิเรื่องอะไร) 4 เรื่องคือ 1) ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งมีสาเหตุมาจากความละโมบ เพื่อตอบสนองการผลิตที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย ฯลฯ 2) ปัญหาเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มือถือ BlackBerry (BB) / กรณีฟิล์มกับแอนนี่ - การเท่าทันสื่อเทคโนโลยี 3) ปัญหาด้านแรงงาน ประเด็นโรงงานไทรอัมพ์ - ค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนงานที่ทำงานหนัก และได้รับค่าจ้างน้อย ไม่มีความมั่นคงในอาชีพ 4) ปัญหาเยาวชน นักศึกษาอาชีวะตีกัน สาเหตุของปัญหามาจากจุดแรกคือ ครอบครัว ยุคสมัยที่สังคมขาดการดูแลเอาใจใส่กันในครอบครัว การเรียนการสอนก็มุ่งในเรื่องของการแข่งขัน ส่งผลกระทบต่อผู้ที่อยู่รอบข้าง ต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงที่พวกเขาเป็นคนทำ และการขาดโอกาสทางการศึกษา

เย็นวันนี้ เป็นวันแรกที่พวกเราได้มีโอกาสเล่นน้ำทะเลกัน ดีใจ หุ หุ (รอตั้งแต่วันแรกที่มาถึงค่ายแล้ว) แต่ยังไงก็ต้องแบ่งเวลามาเตรียมการแสดงสปอตโฆษณาสิทธิมนุษยชนอีก ไม่ค่อยมีเวลาเตรียมตัวกันเท่าไรเลย ไม่รู้เพื่อนๆ พี่ๆ จะดูรู้เรื่องกันอ๊ะเปล่า

 และแล้วค่ำคืนที่รอคอยก็มาถึง เริ่มจากการเฉลยบั๊ดดี้ในแบบฉบับของพี่หนูจ๋า ที่เรียกเสียงฮามากมายจากท่าเต้นอันน่ารักน่าชังของแต่ละคน โดยเฉพาะน้องไมเคิล ที่โชว์สเต็ปได้แน่นอนจริงๆ จากนั้นก็เป็นการแสดงของพวกเราสลับกับการประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ (มั้ง) ทั้ง 3 รางวัล ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมาย สำหรับรางวัลนักวิชาการประจำค่าย ที่ตกเป็นของ น้องสนุ๊ก อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับรางวัลน้ำใจงามประจำค่าย ก็น่าภาคภูมิใจไปกับน้องหมีที่ได้รางวัลนี้ (แต่ของรางวัลนี่อะสิ ใครนะช่างคิดได้) และแล้วรางวัลขวัญใจชาวค่ายที่รอคอย ซึ่งได้รับการโหวตอย่างท่วมท้น ก็ตกเป็นของน้องสนุ๊กอีกเช่นเคย แต่ผู้ที่มาช่วงชิงความโดดเด่นในค่ำคืนนี้กลับเป็น พี่ออโต้ อดีตขวัญใจชาวค่าย ครั้งที่ 7 ที่ต้องมาปฏิบัติภารกิจในการส่งมอบตำแหน่งให้ขวัญใจชาวค่ายคนล่าสุด ซึ่งเธอเปิดตัวออกมาพร้อมด้วยรถประจำตำแหน่ง คทาอันทรงเกียรติ และมงกุฎดอกอุตพิดของเธอ (สำหรับของรางวัล ต้องขอขอบคุณชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ผู้ให้การสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ) ค่ำคืนนั้นจบลงอย่างซาบซึ้งและประทับใจด้วยพิธีการบายศรีสู่ขวัญ ที่จัดได้สวยงามตามแบบฉบับของค่าย ยส.

และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง หลังจากได้ฟังพี่เลี้ยงประจำค่าย มาเล่าถึงความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับและนำกลับไปใช้จากการมาค่าย ยส. ให้น้องๆ ฟังแล้ว ก็เป็นช่วงของกิจกรรมการรวมกลุ่มแต่ละโรงเรียน เพื่อคิดโครงการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะนำไปทำต่อที่โรงเรียน เช่น โครงการจิตสำนึกดีที่นิรมล เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนในโรงเรียน โครงการรู้จักคิดพิชิตค่าใช้จ่าย เพื่อรณรงค์ให้เกิดการลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โครงการเติบโตด้วยโอกาส เพื่อส่งเสริมพัฒนาโรงเรียนที่ขาดแคลน เช่น ช่วยสนับสนุนหนังสือและอุปกรณ์ทางการศึกษา โครงการธนาคารขยะ เพื่อนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และรักษาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน

ท้ายที่สุด ที่ทุกคนคงไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน ก็คือคำตักเตือนสั่งสอนอย่างเข้มข้น (มาก) จากพี่ไพนั่นเองค่ายนี้ช่างครบทุกรสชาติจริงๆ เลย


Image



ความคิดเห็น
คิดถึงจังเลย
เขียนโดย น้องปราย ยส.8 เปิด 2011-04-06 09:42:16
ขอบคุณมากๆกับประสบการณ์ดีๆที่หาจากทีไ่หนไม่ได้ 
ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ประทับใจมากๆกับมิตรภาพที่ได้จากเพื่อนใหม่ 
 
มีความสุขมากที่อยู่ในค่าย ออกจากค่ายก็ทำให้นึงถึงสิ่งที่เราได้ทำ 
อยากให้ ยส จัดไปนานๆทุกๆปี  
ขอบคุณพี่ๆที่จัดทำค่าย ดีใจมากๆค่ะ 
 
รัก ยส มากๆจุ๊บๆๆ
เขียนโดย ขวัญใจชาวค่าย #8 เปิด 2010-11-05 11:51:27
ขอบคุณคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ ที่จัดกิจกรรมดีดีแบบนี้ขึ้นมา และที่พี่ๆสละเวลามาให้พวกเรา มีบางทีที่เค้าอาจทำตัวไม่ดี ทำให้พวกพี่ๆไม่สบายใจกัน หนูก้ขอโทษพวกพี่ไว้ตรงนี้นะคะ (: 
ขอบคุณชุมพรคาบา ที่ให้ที่พักและแหล่งเรียนรู้กับเรา แม้มันจะไม่ได้สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน แต่ก้ทำให้รู้ว่า "กูก้อยู่ได้นี่หว่า" 
ขอบคุณพี่ขลุกที่ทุ่มเทและมีน้ำใจที่ดีต่อพวกเรา แม้ว่าบางครั้ง พี่เค้าจะโหดไปนิดก้เหอะ 
ขอบคุณพี่โอ้เอ้พี่หนูจ๋า ที่ช่วยนำสันทนาการให้ สนุกมากๆเลย 
ขอบคุณมิตรภาพและความรู้สึกดีดีที่เพื่อนๆในค่ายทุกคนมีให้กัน แม้ว่าระยะเวลาที่เรามีร่วมกัน มันจะเปนเพียงเสี้ยวเล็กๆของชีวิต แต่อย่างน้อยมันก้เปนช่วงเวลาที่มีค่าและเค้าก้เชื่อว่าทุกคนจะ ไม่ลืมมันแน่นอน 
และสุดท้าย ขอบคุณวัน เวลา และโอกาสที่ทำให้เราได้มาเรียนรู้ร่วมกัน ขอบคุณจริงๆ 
 
เอาไว้พบกันใหม่นะ ดูแลสุขภาพกันด้วยหล่ะ 
คิดถึง เป็นห่วง และรักทุกคนอยู่เสมอ  
 
พี่นุ๊ก ยส.8 (: 
คิดถึง.
เขียนโดย ไผ่ ยส.7 เปิด 2010-11-04 19:20:58
ทุกโค้นนนนนน 
 
 
คิดถึง. 
 
 
:) :) :)
ขอมีส่วนร่วม
เขียนโดย มาแจม เปิด 2010-11-04 19:17:24
:grin  
 
เด็กนิรมลเจ๋ง อิอิ 
จากที่ได้อ่านแล้วชุมพรคาบาน่ามีอะไรดีดีเยอะจริงๆ 55 
แล้วค่าย ยส. ก็เป็นมากกว่าค่ายธรรมดา  
เพราะมีคุณค่า มากกว่าความสนุก 
หลังจากที่เจมได้ผ่าน ค่าย ยส.7 และสัมผัสชีวิต ได้เรียนการใช้ชีวิต ที่นำไปใช้ได้จริงๆ นี่คือคุณค่าของ ยส. สำหรับเจมครับ 
 
 
เสียดายนะที่ไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมทั้งที่มาที่จังหวัดเราเอง  
ติดภารกิจเรื่องเรียน แล้วก็เสียสละให้เพื่อนต่างจังหวัดมาเที่ยวดีกว่า อิอิ 
 
พร่ำเพ้อซะนานไปดีกว่า  
 
รัก ยส. จุ๊บๆ 
 
โอกาสหน้ามาจัดที่ชุมพรอีกเน้อ 
 
:roll

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >