| บทความล่าสุด |
|---|
|
ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ |
| สถานการณ์แรงงานข้ามชาติในประเทศไทย : ฝ่ายเผยแพร่เพื่อการมีส่วนร่วม ยส. |
|
| Wednesday, 06 May 2009 | |
สถานการณ์แรงงานข้ามชาติในประเทศไทยฝ่ายเผยแพร่เพื่อการมีส่วนร่วม ยส.
จนกระทั่ง ปี ๒๕๔๗ รัฐบาลมีนโยบายให้จัดทำทะเบียนประวัติสำหรับแรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองอย่าง ผิดกฎหมาย สัญชาติ กัมพูชา พม่า และลาว ซึ่งอาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทย หรือเป็นแรงงานข้ามชาติ มาขึ้นทะเบียน ทร.๓๘/๑ ทั่วประเทศ ซึ่งผลจากการสำรวจแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย พบว่ามาขึ้นทะเบียน ทร.๓๘/๑ จำนวน ๑.๒ ล้านคน จากจำนวนแรงงานข้ามชาติในขณะนั้นคาดว่ามีจำนวนทั้งสิ้น ๒ ล้านคน สำหรับการขึ้นทะเบียน ทร.๓๘/๑ แรงงานข้ามชาติต้องเสียค่าธรรมเนียมเอกสารในการทำทะเบียนประวัติ ไม่มีค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ทั้งนี้ หลังจากขึ้นทะเบียน ทร.๓๘/๑ แล้ว แรงงานข้ามชาติจะได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ต่อในประเทศไทยได้จนถึงปี ๒๕๔๘ โดยที่ยังไม่มีงานทำก็ได้ แต่หลังจากปี ๒๕๔๘ เป็นต้นไป แรงงานต่างด้าวที่มี ทร.๓๘/๑ แล้วเท่านั้น ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานจากกระทรวงแรงงาน จึงจะสามารถอยู่ต่อในประเทศไทยได้แบบปีต่อปี หากแรงงานข้ามชาติที่มีใบ ทร.๓๘/๑ อยู่แล้ว แต่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจากกระทรวงแรงงานถือว่าเป็นแรงงานที่ผิด กฎหมาย และต่อมาในปี ๒๕๔๙ รัฐบาลเปิดให้มีการรายงานตัวขึ้นทะเบียนแรงงานและผู้ติดตามกลุ่มใหม่ทำให้ ยอดของแรงงานข้ามชาติและผู้ติดตามจากสามประเทศเพิ่มขึ้นถึง ๑,๕๒๓,๒๘๙ คน
และจากข้อมูลของกรมการจัดหางาน ได้รายงานเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑
ว่าจากการสำรวจความต้องการพบว่า
นายจ้างยังมีความต้องการจ้างแรงงานข้ามชาติทั้งสิ้น ๑,๓๑๒,๑๗๐ คน
ขณะที่มีแรงงานข้ามชาติที่ได้รับอนุญาตทำงานเพียง ๕๐๑,๕๗๐ คน
ทั้งนี้ยังมีความต้องการแรงงานอยู่อีก ๘๑๐,๖๐๐ คน
ซึ่งทางกรมการจัดหางานได้มีการดำเนินการเร่งพิสูจน์สัญชาติ
และนำเข้าแรงงานข้ามชาติตามด้วยข้อตกลงความเข้าใจระหว่างประเทศ (MOU;
Memorandum of Understanding) ซึ่งในจำนวนนี้มีเพียง ๑๗,๐๐๐ คน
ที่เดินทางเข้าประเทศโดยตรงภายใต้ระบบนี้
ประเภทการจ้างงานที่มีแรงงานข้ามชาติทำงานในปัจจุบัน เนื่องจาก กฎหมายได้กำหนดให้สามารถจ้างแรงงานข้ามชาติทำงานได้ใน ๒ อาชีพ คือ กรรมกรและคนรับใช้ในบ้าน โดยนิยามว่า เป็นงานที่ไม่ได้ใช้ความรู้ ใช้กำลังกายทำงานซ้ำๆ แรงงานข้ามชาติจึงทำงานในแต่ละประเภทดังนี้ ๑. ภาคเกษตร/เลี้ยงสัตว์/ประมง ได้แก่ คนงานในสวน คนงานในเรือประมง แรงงานตามฤดูกาลเก็บเกี่ยว แรงงานเลี้ยงผึ้ง แรงงานทำนา นาบัว นาเกลือ เป็นต้น ๒. ภาคการก่อสร้าง ส่วนใหญ่เป็นแรงงานก่อสร้าง ๓. ภาคการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะใช้แรงงานไร้ฝีมือ งานกรรมกรแบกหาม หรืองานที่ต้องทำซ้ำๆ โรงงานเย็บผ้า โรงงานทอผ้า โรงงานภาพพลอย โรงงานทำกระดาษ โรงงานแปรรูปไม้ โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานบรรจุแก๊ส โรงหล่อ โรงกลึง โรงพิมพ์ โรงเลื่อย สิ่งทอ
๕. ภาคธุรกิจให้บริการ หมายถึงภาคการจ้างงานที่ให้บริการต่างๆ เช่น โรงแรม ที่พัก รีสอร์ท สถานที่อยู่อาศัยอื่นๆ ร้านขายอาหาร และส่วนใหญ่เป็นคนงานจัดสวนในโรงแรม รีสอร์ท เป็นแม่บ้านทำความสะอาดในโรงแรม หอพัก ทำงานในร้านขายอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น เรือนำเที่ยว ให้เช่าเก้าอี้ชายหาด ๖. ภาคการขนส่ง ทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งต้องการกรรมกรแบกสินค้า แรงงานในโกดัง ๗. ภาคครัวเรือนและบริการชุมชน ได้แก่ คนรับใช้ในบ้าน และแรงงานในกิจการที่เกี่ยวข้องกับบริการสาธารณะในชุมชน เช่น งานอาสาสมัครในมูลนิธิ คลินิก โรงพยาบาล แรงงานในสถานศึกษา คัดแยกสิ่งปฏิกูล ดูดสิ่งปฏิกูล เป็นต้น
สนใจข้อมูลเกี่ยวกับชาวพม่าและแรงงานข้ามชาติ ติดตามได้จาก
|
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|


หน้าหลัก 






หลังจากนั้นได้เปิดให้มีการจ้างแรงงานข้ามชาติเพิ่มขึ้นเป็นสามสัญชาติ คือ
พม่า ลาว และกัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่ขาดแคลนแรงงาน เช่น
จังหวัดที่มีการประกอบกิจการประมงทะเล ในปี พ.ศ.๒๕๓๙ จำนวน ๔๓ จังหวัด
ให้ทำงานได้เฉพาะ ๘ กลุ่มอุตสาหกรรม คือ เกษตรกรรม ก่อสร้าง ประมงทะเล
ต่อเนื่องประมงทะเล ขนถ่ายสินค้าทางน้ำ เหมืองแร่/เหมืองหิน การผลิต
และคนรับใช้ในบ้าน และขยายไปสู่พื้นที่อื่นๆ ในปี ๒๕๔๑ เป็น ๕๔ จังหวัด ๔๗
กิจการ โดยหลังจากปี ๒๕๔๑ นโยบายแรงงานข้ามชาติเป็นนโยบายปีต่อปีมาโดยตลอด
ในปี ๒๕๔๒ - ๒๕๔๓ ให้จ้างงานได้ ๔๓ จังหวัด ๑๘ กิจการ จนครบ ๗๖ จังหวัด
ในปี ๒๕๔๔ และมีกิจการที่อนุญาตทำงานทั้งสิ้น ๑๐ กิจการ ปี ๒๕๔๕
ได้รวมกิจการที่อนุญาตให้ทำเข้าเป็น ๖ กิจการ
สำหรับสถานการณ์การจ้างแรงงานต่างชาติทุกประเภท ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
จากฝ่ายทะเบียนและข้อมูลสารสนเทศ
กลุ่มพัฒนาระบบควบคุมการทำงานของคนต่างด้าว สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว
กรมการจัดหางาน (๒๕๕๑) สรุปไว้ว่า
มีแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศ รวมทั้งสิ้น ๘๐๕,๗๖๔ คน
โดยเกือบหนึ่งในสี่หรือจำนวน ๑๘๘,๕๘๓ คน ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ
รองลงมาคือปริมณฑลมีจำนวนมากกว่า ๑๖๐,๐๐๐ คน
ใกล้เคียงกับแรงงานที่ทำงานในภาคใต้
ส่วนแรงงานที่ทำงานอยู่ในภาคกลางและภาคเหนือมีจำนวนใกล้เคียงกันคือ ๑๗
เปอร์เซ็นต์ และ ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ
ขณะที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนน้อยที่สุดไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ คน
หรือเพียง ๒ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น
และที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติอีก
๙๐,๖๕๔ คน เป็นเหตุให้มีแรงงานส่วนหนึ่งในจำนวนกว่า ๑ ล้าน
คนที่ยังคงอาศัยและทำงานอยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย
๔. ภาคการค้าปลีกและค้าส่ง ในกิจการที่หลากหลาย เช่น ร้านขายซ่อมรถยนต์
ขายวัสดุก่อสร้าง ขายผักผลไม้ ขายพืชผลทางการเกษตร กิจการขายอาหาร
ปั๊มน้ำมัน ร้านขายของชำ กิจการขายปลีก - ส่งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย
พลาสติก อาหารกระป๋อง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องดื่ม น้ำแข็ง กระดาษ กระเป๋า
รองเท้า เคมีภัณฑ์ ขายของเก่า
ซึ่งต้องการแรงงานทั้งในฝ่ายผลิตและพนักงานช่วยขาย

