หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow หน้าหลัก
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
สิทธิมนุษยชนศึกษา
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

รับข่าวสารฟรีจาก ยส.

ใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน




แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 81 :ร่วมสร้างสังคมแห่งสันติสุข

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 81 


หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

บทความล่าสุด

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

ข้าพเจ้าเชื่อ (ตอนที่ 6) โดย บาทหลวงชัยยะ กิจสวัสดิ์ พิมพ์
Wednesday, 18 March 2009

           กลับไปอ่าน  ตอนที่ 1 "ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้า พระบิดาทรงสรรพานุภาพสร้างฟ้าดิน 

                               ตอนที่ 2  เชื่อ ถึงพระเอกบุตรเยซูคริสต์สวามีของเรา ปฏิสนธิเดชะพระจิต บังเกิดจากพระนางมารีอาพรหมจารี รับทรมานสมัยปอนซีโอปีลาโต ถูกตรึงกางเขน ตาย และฝังไว้

                               ตอนที่ 3  เสด็จลงใต้บาดาล วันที่สามกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย 

                               ตอนที่ 4  เสด็จขึ้นสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระเป็นเจ้าพระบิดาทรงสรรพานุภาพ แล้วจะเสด็จมาพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระจิต

                               ตอนที่ 5  พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์สากล สหพันธ์นักบุญ..."


------------------------------------------

 

Image
10. การยกบาป


พระเยซูเจ้าทรงมอบอำนาจยกบาปให้แก่พระศาสนจักรเมื่อทรงตรัสว่า "จงรับพระจิตเจ้าเถิด ท่านทั้งหลายอภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ได้รับการอภัย  ท่านทั้งหลายไม่อภัยบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็ไม่ได้รับการอภัยด้วย" (ยน 20:22-23)

หากหลักการที่ว่า "คุณค่าของกิจกรรมใดย่อมขึ้นอยู่กับศักดิ์ศรีของผู้กระทำกิจกรรมนั้น" เป็นจริง  คุณค่าแห่งการไถ่กู้ของพระเยซูเจ้าย่อมไม่มีขอบเขต เพราะพระองค์ทรงไม่มีขอบเขต

กระนั้นก็ตาม ผลการไถ่กู้อันไม่มีขอบเขตนี้ จะไม่เกิดประโยชน์อันใดเลยหากเราไม่ร่วมมือกับพระคริสตเจ้า

 

Image11. การคืนชีพของเนื้อหนัง

            เฉพาะร่างกาย (เนื้อหนัง) ที่กลับคืนชีพ  วิญญาณกลับคืนชีพไม่ได้เพราะไม่รู้จักตาย         ความเชื่อนี้มีพื้นฐานมาจากพระคัมภีร์ เช่น มารธาพี่สาวของลาซารัสทูลพระเยซูเจ้าว่า "ดิฉันรู้ว่า เขาจะกลับคืนชีพเมื่อมนุษย์ทุกคนจะกลับคืนชีพในวันสุดท้าย" (ยน 11:24)

          พระเยซูเจ้าเองทรงตรัสว่า "ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนในหลุมศพจะได้ยินพระสุรเสียงของพระบุตรและจะออกมา  ผู้ที่ได้ทำความดีจะกลับคืนชีวิตมารับชีวิตนิรันดร  ส่วนผู้ที่ทำความชั่ว ก็จะกลับคืนชีวิตมารับโทษทัณฑ์" (ยน 5:28-29)

          นักบุญเปาโลเทียบชั้นการคืนชีพของเนื้อหนังเท่ากับการกลับคืนชีพของพระคริสตเจ้า "ถ้าเราประกาศว่าพระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายแล้ว เพราะเหตุใดบางท่านจึงพูดว่าบรรดาผู้ตายจะไม่กลับคืนชีพเล่า  ถ้าผู้ตายไม่กลับคืนชีพ พระคริสตเจ้าก็มิได้ทรงกลับคืนพระชนมชีพด้วยเช่นเดียวกัน  ถ้าพระคริสตเจ้ามิได้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ การเทศน์สอนของเราก็ไร้ประโยชน์ และความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์เช่นเดียวกัน" (1 คร 15:12-14)

          จริงอยู่ เราไม่อาจใช้เหตุผลพิสูจน์การคืนชีพของเนื้อหนังได้ แต่เราอาจชี้ให้เห็นว่าเนื้อหนังควรกลับคืนชีพ

          -         เป็นธรรมชาติของวิญญาณที่จะอยู่ร่วมกับร่างกาย  หากร่างกายไม่กลับคืนชีพ วิญญาณจำต้องแยกจากร่างกายชั่วนิรันดร ซึ่งเป็นการผิดธรรมชาติ

          -         ร่างกายเป็นหุ้นส่วนของวิญญาณในการกระทำทั้งดีและชั่ว  ความยุติธรรมของพระเจ้าจึงเรียกร้องให้ร่างกายกลับคืนชีพมารับรางวัลหรือรับ โทษร่วมกับวิญญาณด้วย

          องค์ประกอบสำคัญของการคืนชีพของเนื้อหนังคือ

          1.       วิญญาณจะกลับสู่ร่างกายของตนเอง

          2.       เป็นร่างกายของตนเองทั้งครบ (ไม่มีแขนขาของคนอื่นแทรกเข้ามา)

          3.       ร่างกายจะไม่รู้จักตายอีก

 

Image12. และชีวิตนิรันดร

          Boetius ให้ความหมายของคำ "ชีวิตนิรันดร" ไว้ว่า "การได้ชีวิตที่ไม่รู้จักจบ ปราศจากการสืบเนื่องหรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใด ๆ"

          คำจำกัดความนี้บ่งบอก 4 สิ่งคือ

          -         เจริญชีวิต

          -         ไม่มีเริ่มต้นและไม่มีปลาย

          -         ไม่มีก่อน ไม่มีหลัง มีแต่ "ปัจจุบัน" อย่างมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง

          -         ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น




Image



< ก่อนหน้า   ถัดไป >