หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow หน้าหลัก
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
สิทธิมนุษยชนศึกษา
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

รับข่าวสารฟรีจาก ยส.

ใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน




แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 81 :ร่วมสร้างสังคมแห่งสันติสุข

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 81 


หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

บทความล่าสุด

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

ข้าพเจ้าเชื่อ (ตอนที่ 1) โดย บาทหลวงชัยยะ กิจสวัสดิ์ พิมพ์
Wednesday, 11 February 2009

Image


ข้าพเจ้าเชื่อ

 
          ความหมายกว้าง ๆ ของบท "ข้าพเจ้าเชื่อ" (Creed, Credo) คือ "เนื้อหาความเชื่อทั้งหมดของแต่ละศาสนา"  ส่วนความหมายที่แคบลงมาคือ "สรุปข้อความเชื่อที่เป็นหลักสำคัญของศาสนา"


          บท "ข้าพเจ้าเชื่อ" ที่พระศาสนจักรคาทอลิกใช้อยู่ในปัจจุบันมี 3 ฉบับด้วยกัน คือ

  1.  Apostles' Creed หรือที่เรียกกันว่า "สัญลักษณ์ของอัครสาวก"  ประกอบด้วยความเชื่อหลัก 12 ข้อ  เคยเชื่อกันมาตลอดยุคกลางว่าอัครสาวกแต่ละองค์ช่วยกันแต่งองค์ละข้อในวันเปนเตกอสเต

    พระศาสนจักรใช้บท "สัญลักษณ์ของอัครสาวก" ในพิธีล้างบาป


  2. The Nicene Creed "บทข้าพเจ้าเชื่อแห่งสภาสังคายนานีเชอา" (ปี 325) เป็นฉบับที่ใช้ร่วมกันทั้งคาทอลิก ออร์โธดอกซ์ และโปรเตสแตนท์ส่วนใหญ่  พระศาสนจักรคาทอลิกใช้บทข้าพเจ้าเชื่อฉบับนี้ในทุกจารีตพิธีกรรม รวมทั้งหลังบทเทศน์ในบูชามิสซาด้วย


  3. The Athanasian Creed ไม่ทราบที่มา แต่ยกให้เป็น "บทข้าพเจ้าเชื่อของนักบุญอาธานาซีอุส"  เนื้อหาเน้นเรื่องพระตรีเอกภาพ และการรับเอากายบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระเยซูเจ้า  ปัจจุบันใช้ในบททำวัตรของพระศาสนจักร


 

          "สัญลักษณ์ของอัครสาวก" ทั้ง 12 ข้อ ได้แก่

  1. ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้า พระบิดาทรงสรรพานุภาพสร้างฟ้าดิน
  2. เชื่อถึงพระเอกบุตรเยซูคริสต์สวามีของเรา
  3. ปฏิสนธิเดชะพระจิต บังเกิดจากพระนางมารีอาพรหมจารี
  4. รับทรมานสมัยปอนซีโอปีลาโต ถูกตรึงกางเขน ตาย และฝังไว้
  5. เสด็จลงใต้บาดาล วันที่สามกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย
  6. เสด็จขึ้นสวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระเป็นเจ้าพระบิดาทรงสรรพานุภาพ
  7. แล้วจะเสด็จมาพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย
  8. ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระจิต
  9. พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์สากล สหพันธ์นักบุญ
  10. การยกบาป
  11. การคืนชีพของเนื้อหนัง
  12. และชีวิตนิรันดร

    อาแมน

          บทความนี้มีวัตถุประสงค์นำเสนอข้อความเชื่อคาทอลิกเฉพาะประเด็นที่คาดว่าจะ เป็นประโยชน์แก่ผู้สอนคำสอนในการอธิบายและตอบคำถามของผู้เรียน

 

1. ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้า พระบิดาทรงสรรพานุภาพสร้างฟ้าดิน

            ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และคงมีต่อไปในอนาคตด้วย ก็คือบรรดาผู้ที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า และแม้ในบรรดาผู้ที่เชื่อว่ามีพระเจ้าก็ยังมีบางพวกที่สอนผิด เช่น

  • พวก Agnosticism เชื่อว่ามีพระเจ้า แต่พระองค์อยู่สูงสุดจนมนุษย์ไม่อาจรับรู้ได้
  • พวก Pantheism เชื่อว่ามีพระเจ้า แต่พระเจ้าคือจักรวาล (พวกวัตถุนิยม) หรือ คือจิตที่สมบูรณ์สูงสุด (พวกจิตนิยม) สิ่งต่าง ๆ ล้วนเป็นส่วนประกอบของพระเจ้า  ผลที่ตามมาคือทุกสิ่งเป็นพระเจ้า
  • คานท์ เชื่อว่ามีพระเจ้า แต่จะพิสูจน์ด้วยหลักเหตุผลไม่ได้ ต้องอาศัยหลักศีลธรรมเท่านั้นจึงจะพิสูจน์ได้

เพราะฉะนั้น ประเด็นแรกที่ต้องพูดถึงคือ "พระเจ้ามีอยู่จริง" ซึ่งพอใช้เหตุผลพิสูจน์ได้ดังนี้

       
            แนวทาง A Posteriori (แปลตามตัวคือ "จากอันหลัง") คือเริ่มจาก "ผล" (อันหลัง) ย้อนไปสู่ "เหตุ" (อันก่อน)

  • จักรวาลมีการเคลื่อนไหว จำเป็นต้องมีผู้เคลื่อนคนแรกที่ไม่เคลื่อนไหว
  • มีผลต้องมีเหตุ  เมื่อไล่ย้อนหลังขึ้นไปจำเป็นต้องมีเหตุแรก
  • แม้แต่สิ่งที่ไม่แน่นอนยังมีอยู่และอาจเกิดขึ้นได้ สิ่งที่แน่นอนจึงต้องมีอยู่
  • สิ่งต่าง ๆ ในโลกมีความดีลดหลั่นกันไป จำเป็นต้องมีความดีสูงสุดเพื่อเป็นฐานการเปรียบเทียบ
  • จักรวาลมีระเบียบ ต้องมีผู้จัดระเบียบที่อยู่เหนือจักรวาล


          แนวทาง A Priori (แปลตามตัวคือ "จากอันก่อน") คือเริ่มจากเหตุมาสู่ข้อสรุป  พวกนี้อธิบายว่า ความคิดเรื่องพระเจ้าไม่มีขอบเขตย่อมหมายความว่าพระองค์คือสิ่งยิ่งใหญ่ที่ สุดเท่าที่มนุษย์จะคิดได้  ในเมื่อพระองค์ยิ่งใหญ่ที่สุดก็แปลว่าพระองค์ต้องมีอยู่จริงทั้งในความคิด และนอกความคิดของเรา  นักเทววิทยาส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการพิสูจน์แบบนี้

          ขอเสนอข้อพิสูจน์ตามแนวคำสอนของพระเยซูเจ้าที่ตรัสว่า "ถ้าไม่มีเรา ท่านก็ทำอะไรไม่ได้เลย" (ยน 15:5) หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ "ถ้าเราทำอะไรได้บ้าง ก็แปลว่ามีพระเจ้า"

          เราสามารถรู้ว่าปลั๊กไฟมีไฟฟ้าหรือไม่โดยเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียบเข้าไป หากมันทำงานย่อมแสดงว่ามีไฟฟ้าฉันใด  หากเอาชีวิตของเราเสียบปลั๊กสองรูของพระเจ้า (รูหนึ่งคือศีลศักดิ์สิทธิ์ อีกรูหนึ่งคือพระคัมภีร์) แล้วบังเกิดผลก็ย่อมแสดงว่ามีพระเจ้าฉันนั้น

 

          อีกประเด็นหนึ่งคือ "การสร้าง" ฟ้าดิน

          คุณพ่อ Knabenbauer สงฆ์คณะเยสุอิต หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญพระคัมภีร์ที่โดดเด่นที่สุดในปัจจุบันกล่าวว่า

"ข้อความในหนังสือปฐมกาลไม่ได้บอกอะไรนอกเหนือไปจาก โลกและสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในโลกไม่ได้เกิดขึ้นเองหรือเกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า  ส่วนจะเกิดขึ้นอย่างไร หนังสือปฐมกาลปล่อยให้เป็นหน้าที่ของวิทยาศาสตร์ที่จะหาความกระจ่างหากว่าสามารถทำได้  หรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ ทฤษฎีวิวัฒนาการหาได้ทำให้ความเชื่อที่บรรจุอยู่ในหนังสือปฐมกาลต้องสั่นคลอนไปแต่ประการใดไม่"

 


Image

Image ติดตามอ่าน ตอนที่ 2 ...เชื่อถึงพระเอกบุตรเยซูคริสต์สวามีของเรา ปฏิสนธิเดชะพระจิต บังเกิดจากพระนางมารีอาพรหมจารี รับทรมานสมัยปอนซีโอปีลาโต ถูกตรึงกางเขน ตาย และฝังไว้ ...
ในวันพุธหน้า (18 ก.พ. 52)


< ก่อนหน้า   ถัดไป >