|
จำนวนผู้เข้าชม |
|
ขณะนี้มี 64 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ |
 
ขอบคุณทุกท่าน ที่แวะเข้ามาค่ะ
|
|
แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด |
|

วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 87

หนังสือแปล
Jesus CEO : พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :
พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง
|
|
|
สารวันสิทธิฯ วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจืิกายน 2546 "การฟื้นคืนศักดิ์ศรีของมนุษย์" |
|
|
Friday, 19 May 2006 |
“การฟื้นคืนศักดิ์ศรีของมนุษย์” สารเนื่องในโอกาสวันสิทธิมนุษยชนในพระศาสนจักรไทย วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2546
| นับตั้งแต่รัฐบาลได้ใช้มาตรการประกาศสงครามยาเสพติด ไปจนถึงการจัดระเบียบบ้านเมืองให้สวยงาม เพื่อต้อนรับการประชุมเอเปค (การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค) ทำให้คริสตชนเราต้องมาไตร่ตรองให้ชัดเจนถึงความหมายของสิทธิมนุษยชนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้างสันติขึ้นในสังคมประเทศชาติของเรา
ในการทำสงครามเพื่อเอาชนะยาเสพติดให้หมดไปนั้น เราคริสตชนเห็นด้วยในหลักการและพยายามร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มความสามารถ แต่เราไม่เห็นด้วยกับวิธีการบางประการในการแก้ไขปัญหานี้ กล่าวคือการวิสามัญฆาตกรรมผู้ที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งตัวชี้วัดจากการฆ่าตัดตอน ส่งผลให้มีการตายเกิดขึ้น โดยอ้างว่าเป็นการฆ่าตัดตอนกันอย่างกว้างขวาง ปรากฏเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ในช่วงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า ผู้ที่ถูกฆ่าตายเพราะเหตุนี้มีมากกว่า ๒,๕๐๐ คน และจนบัดนี้ยังไม่มีการสืบสวนให้ชัดเจน ว่าผู้ที่ถูกฆ่าตายไปนั้นมีสาเหตุมาจากเรื่องอะไรและถูกต้องหรือไม่ จนถึงตอนนี้ดูเหมือนว่า เรื่องนี้กำลังถูกละเลยให้เป็นปมที่ลึกลับของสังคมไทยต่อไป
สำหรับการจัดระเบียบบ้านเมืองให้ดูสวยงามเพื่อต้อนรับชาวต่างชาติ ผู้มีอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่มาร่วมประชุมเอเปค ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้น รัฐบาลโดยกรุงเทพมหานคร ได้ทำการกวาดล้างสุนัขจรจัด เพื่อไม่ให้เป็นที่ระคายสายตาแก่แขกผู้มีเกียรติจากต่างประเทศ จากนั้นเมื่อเห็นว่ามีคนไร้ที่อยู่หรือคนไร้บ้าน ซึ่งได้อาศัยถนนหนทาง สนามหลวงหรือที่สาธารณะเป็นที่พักผ่อนหลับนอนก็แลดูเกะกะตาเช่นกัน จึงได้ทำการกวาดต้อนคนไร้บ้านเหล่านี้ไปไว้ยังเขตรอบนอกกรุงเทพฯ เช่น ที่บ้านพักคนเดินทางจังหวัดปทุมธานีบ้าง หรือที่จังหวัดสระแก้วซึ่งได้กวาดต้อนสุนัขจรจัดไปอยู่ก่อนแล้ว จนดูราวกับว่าคนไร้บ้านกับสุนัขจรจัดนั้นไม่มีความแตกต่างกัน นอกจากนั้นยังเห็นว่าคนไร้บ้านเหล่านี้ มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นชาวกัมพูชา รัฐบาลจึงจัดการส่งขึ้นเครื่องบินกลับไปยังประเทศของเขา ส่วนพวกเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะต้องสนใจ
ประเด็นเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นที่ยอมรับของสังคมไปแล้ว ตัวอย่างเช่น มีผู้ที่สังคมเคารพนับถือถึงกับออกมาพูดว่า การที่รัฐบาลใช้มาตรการเด็ดขาดในการปราบปรามยาเสพติด ส่งเสริมให้มีการวิสามัญฆาตกรรม ตลอดจนปล่อยให้มีการฆ่าตัดตอนกันอย่างกว้างขวาง เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คนค้ายาบ้าต้องตายสถานเดียว สังคมจึงจะสงบสุข ฯลฯ
ส่วนคนไร้บ้านที่ถูกจับต้อนไปอยู่ต่างจังหวัด ทางฝ่ายรัฐบาลก็บอกว่าจะนำไปฝึกอาชีพ ก็ขอให้เป็นไปอย่างที่กล่าวอ้าง หวังว่าจะไม่เป็นการกำจัดให้พ้นหูพ้นตาเฉพาะช่วงการประชุมเอเปคเท่านั้น
เรื่องที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เราคริสตชนถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะคำสอนทางคริสตศาสนานั้นสอนว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิและศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกัน ทุกคนเป็นฉายาของพระผู้เป็นเจ้า ทั้งนี้รวมทั้งคนดีและคนไม่ดีก็มีสิทธิและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับคนอื่นในสังคม ในพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า “… พระเจ้าทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและชั่วเสมอกัน และให้ฝนตกแก่คนชอบธรรมและคนอธรรม...” (มัทธิว 5:45) เราคริสตชนคาทอลิกจะนิ่งดูดายต่อเหตุการณ์อันน่าห่วงใยในสังคมของเรามิได้ ตามคำสอนแห่งพระสมณสาสน์ “สันติภาพบนแผ่นดิน” เราต้องมีส่วนร่วมช่วยกันทำสถาบันทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและการเมืองของเราให้เป็นไปในทางส่งเสริมและพัฒนามนุษย์ทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นพลังสร้างสันติภาพขึ้นในสังคมโลกบนพื้นฐานความจริง ความยุติธรรม ความรัก และเสรีภาพ
ดังนั้นผู้ต้องสงสัยว่าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแล้วถูกวิสามัญฆาตกรรม หรือถูกฆ่าตัดตอนจะต้องได้รับการสืบสวน สอบสวน เพื่อหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีอย่างถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม การฆ่าตัดตอนหรือการฆ่าโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นมนุษย์ของบุคคลนั้น และละเมิดสิทธิของผู้ต้องหาซึ่งต้องได้รับการสันนิษฐานว่าไม่มีความผิด ตามนัยของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาตรา 33
ส่วนคนไร้บ้านนั้นพวกเขามีสิทธิในการเดินทางและเลือกถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร หากพวกเขาไม่มีที่อยู่อาศัยก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องจัดระเบียบการถือครองที่ดินและการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพวกเขาในการกำหนดนโยบายเพื่อการมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง
ถ้าเกิดคิดที่จะให้พวกเขามีอาชีพควรต้องมีการวางแผน มีการศึกษาวิจัยว่าอาชีพอะไรที่พวกเขาต้องการทำ พร้อมทั้งจัดสรรการฝึกอบรมให้เหมาะสมแก่พวกเขา ไม่ใช่บังคับย้ายคนเหล่านี้ออกไปให้พ้นหูพ้นตาของสาธารณะ โดยที่เขาไม่เต็มใจและไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดวิถีชีวิตตนเอง ตามหลักการของสิทธิมนุษยชนที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยได้ให้การยอมรับ
พระศาสนาจักรไทยขอยืนยันในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ที่พระเป็นเจ้ามอบให้อย่างเท่าเทียมกัน และยืนยันในความร่วมมือกัน ทำให้สังคมประเทศชาติของเราเจริญพัฒนาทั้งทางโลกและทางธรรม มีสุขสันติ
ขอให้พี่น้องคริสตชนร่วมใจกันภาวนาเพื่อระลึกถึงคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และร่วมแสดงจุดยืนถึงการเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ รวมทั้งยืนยันถึงการไม่เห็นด้วยในการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังเผชิญกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
ขอให้สันติสุขจงบังเกิดขึ้นในใจของพวกเราทุกคนที่ยอมรับและปฏิบัติตามคำสอนของพระเป็นเจ้า เพื่อว่าเมื่อทุกคนมีสันติสุขในใจ ย่อมจะนำสันติภาพมาสู่สังคมที่เราอยู่สืบไป ด้วยความรักในพระคริสตเจ้า
มีคาแอลบุญเลื่อน หมั้นทรัพย์ พระสังฆราชสังฆมณฑลอุบลราชธานี มุขนายกคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ |
Powered by AkoComment 2.0! |
|