| บทความล่าสุด |
|---|
| เรื่องของ....ใคร โดย วนิดา ลอยชื่น |
|
| Wednesday, 13 August 2008 | |
โดย วนิดา ลอยชื่น
“แม่ไก่จ๋า แม่ไก่จ๋า ชาวนามีกับดักหนู น่ากลัวที่สุดเลย” แม่ไก่เหลือบมามองมันชั่วแวบ ชั่งใจเล็กน้อย แล้วกลับคุ้ยเขี่ยหากินตามปกติ “กับดักหนูรึ? มันคงน่ากลัวสำหรับเจ้า แต่ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้หรอก” แม่ไก่ก้มหน้าก้มตาตอบ หนูจึงวิ่งต่อไปยังเล้าหมู “แม่หมูจ๋า แม่หมูจ๋า ชาวนามีกับดักหนู น่ากลัวที่สุดเลย” แม่หมูพลิกตัวอย่างเกียจคร้านก่อนหลับตาลง และนอนกรนเสียงสนั่นหวั่นไหว หนูน้อยยังไม่หมดหวัง มันวิ่งต่อไปยังท้องทุ่ง พบกับแม่วัวกำลังเล็มหญ้าอย่างเอร็ดอร่อย “แม่วัวจ๋า แม่วัวจ๋า ชาวนามีกับดักหนู น่ากลัวที่สุดเลย” แม่วัวเงี่ยหูฟังหนูเล่า มันตรองดูแล้วว่าระยะทางจากฟาร์มไปบ้านชาวนาไกลโขอยู่ ไปถึงแล้วมันก็คงทำอะไรไม่ได้ เผลอๆ มันอาจจะถูกชาวนาเฆี่ยนตีลงโทษดังที่มันเคยเจอเวลาออกนอกลู่นอกทาง มันได้แต่ส่ายหน้า “ทุกวันนี้ข้าไล่เห็บหมัดเหลือบไรก็แย่แล้ว ข้าไม่รู้เรื่องของเจ้าหรอก” หนูน้อยหมดหวังกับเพื่อนพ้องในฟาร์ม มันเดินอย่างสิ้นหวังกลับไปที่บ้านของชาวนา ซุกตัวในมุมมืดอย่างเงียบๆ คอยระมัดระวังที่จะไม่ไปถูกต้องกับดักนั้น วันหนึ่งเสียงกับดักหนูดังสั่นในเวลาดึก เมียของชาวนาลุกขึ้นมาดู กับดักหนูเครื่องนั้นได้หนีบหางงูเห่าไว้ ด้วยความที่เธอไม่ได้ระมัดระวังเธอจึงโดนงูเห่ากัด ชาวนานำเธอไปหาหมอ หมอทำการรักษาและแนะนำว่าเธอควรได้รับการบำรุง ชาวนาจึงฆ่าแม่ไก่มาทำซุบให้ภรรยา เพื่อนบ้านจึงพากันมาเยี่ยม ชาวนาจึงฆ่าหมูทำอาหารเลี้ยงเพื่อนบ้าน แต่อาการของเธอหนักเกินเยียวยา เธอจึงสิ้นชีวิตลง ชาวนาจึงจัดงานศพให้ภรรยาอย่างเต็มความสามารถ เขาฆ่าแม่วัวเพื่อนำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงแขกเหรื่อในงานศพ หนูน้อยมองดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างเศร้าสร้อยในรูแคบๆ ของมัน... บางครั้งบางสิ่ง เราคิดเช่นเดียวกับไก่ หมู และวัว เราไม่ตื่นเต้นกับคนส่วนน้อยตัวเล็กๆ ที่เขาหวาดกลัวถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต เราปฏิเสธที่จะยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ณ จุดที่ยืน เราปลอดภัยแล้ว เรื่องต่างๆ ไม่เกี่ยวกับเรา เราจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนทำไม บางครั้ง คำว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวเป็นเรื่องที่ยากแก่การเข้าใจ พระเยซูเจ้าเล่านิทานเรื่องชาวสะมาเรียผู้ใจดีอันเป็นนิทานเปรียบเทียบที่เหมือนเพชรน้ำเอกในพระคัมภีร์ว่า ยิวคนหนึ่งเดินทางไปแถบภูเขา ถูกโจรปล้น เขาถูกทุบตีจนเกือบตาย สมณะผ่านมาก็ผ่านไปไม่ช่วยเหลือ ชาวเลวี (ชนเผ่าที่มีหน้าที่ในวิหาร) ผ่านมาก็เลี่ยงไป ต่อมามีชาวสะมาเรียซึ่งไม่ถูกกับชาวยิวตามเชื้อสายกลับกุลีกุจอลงไปช่วยรักษาอย่างดีที่สุด นิทานเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นมิตรแท้ที่บางครั้งเราอาจจะหาไม่ได้ในพวกเดียวกัน ในคนใกล้ตัว แต่คนที่เราไม่นึกไม่หวัง กลับกลายเป็นคนที่ยื่นมือมาหาเราในวันที่ต้องการใครสักคน ในวันนี้ที่บ้านเมืองประเทศชาติของเรามีวิกฤติในเรื่องการบริหารประเทศชาติจนคนส่วนหนึ่งออกมาแสดงจุดยืนของตนต่อการบริหารบ้านเมือง การกระทำทั้งหมดอาจจะไม่มีข้อสรุปอื่นใดในที่นี้ เพราะเป็นสถานการณ์ที่อ่อนไหวและใช้วิจารณญาณในการติดตามตัดสินใจ สังคมเกิดการแบ่งกลุ่ม กลุ่มที่ออกมารวมกันอยู่ข้างถนน กลุ่มคนที่อยู่ในทำเนียบ กลุ่มคนที่ต้องการวางตัวเป็นกลาง กลุ่มที่รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องของเรา กลุ่มที่รอเข้าข้างคนชนะ หากแต่วันนี้ เราทุกคนคงต้องแสวงหาคำตอบในใจของเราว่า เราอยู่ที่ไหน และแสดงออกมาอย่างเป็นรูปธรรม พระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 ทรงมีดำรัสในปลายๆ รัชสมัยของพระองค์ว่า ความดีกับความชั่วไม่อาจจะอยู่ร่วมกันได้ คริสตชนควรเป็นผู้ที่สามารถบอกได้ถึงความถูก ความผิด ขาว-ดำ เราไม่สามารถเป็นบุคคลสีเทาที่ยืนตรงกลางระหว่างความดีกับความชั่วได้ เราต้องเลือกข้างที่จะยืนอย่างถูกต้อง ความดีงาม และยืนยันความเป็นอยู่ของเราด้วยความรักขององค์พระเยซูที่รักแม้กระทั่งศัตรู รักแม้กระทั่งคนที่เกลียดชังเรา รักแม้กระทั่งคนที่เบียดเบียนเรา ให้อภัยในความบาปผิดของเขาเหมือนที่พระองค์ทรงอภัยกับเรา ทำให้เขากลับใจมายอมรับความจริง เพื่ออาณาจักรของพระเจ้าซึ่งเป็นอาณาจักรแห่งการแบ่งปันกันด้วยความรัก ความเมตตา การให้อภัย การอยู่ด้วยกันอย่างเกื้อกูล และวันนั้นสวรรค์จะเกิดขึ้นบนแผ่นดินท่ามกลางเราอย่างแท้จริง
|
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|


หน้าหลัก 




อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ 