หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow ข่าวย้อนหลัง arrow นักสิ่งแวดล้อมชี้'โลกร้อน'อีก 5-7 ปีคนไทยไม่ควรมีลูก
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนกับคำสอนด้านสังคม
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
สิทธิมนุษยชนศึกษา
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
รู้จักยส
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)



จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 58 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 88: เยาวชน แบบอย่างของความยุติธรรม!?

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 88 


หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

 

Donation / สนับสนุนการดำเนินงาน

ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ของ
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ (ยส.) 

  • โอนเข้าบัญชี / สั่งจ่ายเช็ค ในนาม “คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ”
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้วยขวาง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 084-2-78751-3
    (กรุณา Fax สำเนาการโอนเงินมาที่ 0-2692-4150)

  • ทางธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “ปริญดา วาปีกัง” ตู้ ปณ. สุทธิสาร (10321)
    2492 ซ.ประชาสงเคราะห์ 24 ถ.ประชาสงเคราะห์ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10400
นักสิ่งแวดล้อมชี้'โลกร้อน'อีก 5-7 ปีคนไทยไม่ควรมีลูก พิมพ์
Thursday, 27 September 2007

นักสิ่งแวดล้อมชี้'โลกร้อน'อีก 5-7 ปีคนไทยไม่ควรมีลูก

จากน.ส.พ. มติชนออนไลน์ ฉบับวันที่ วันที่ 27 กันยายน 2550
Link: http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=5644&catid=27


Imageนักสิ่งแวดล้อมหวั่นว่าอีก 5-7 ปีจะเกิดสภาวะโลกร้อนซึ่งทำใหเเด็กที่เกิดมาได้รับผลกระทบไม่มีภูมิคุ้มกันโรคระบาดที่รุนแรง ซึ่งเกิดจากสภาวะอากาศที่แปรปรวน นักประชากรให้พ่อแม่ตัดสินใจเองจะดีกว่า

นายจิรพล สินธุนาวา นักวิชาการสิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์ว่า คนไทยยังใจเย็นเรื่อง'โลกร้อน' ซึ่งเป็นปัญหาที่น่าห่วงมากเพราะไม่มีการเตรียมตั้งรับผลกระทบที่เกิดขึ้น แม้จะมีการรณรงค์แต่ก็ไม่ได้มีการทำอย่างจริงจัง ในอีก 5-7 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเผชิญกับภาวะอากาศที่แปรปรวน มลพิษ จึงขอแนะนำว่าช่วงเวลานี้ไม่ควรมีลูก เด็กที่เกิดมาจะมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ต้องผจญกับโรคภัยไข้เจ็บจากเชื้อโรคทั้งชนิดใหม่และชนิดเก่าที่แข็งแรงมากขึ้น

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมยังชี้ว่า ไม่มีรัฐบาลใดที่จะสามารถกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้หมดไปได้ และคำเตือนที่ว่าอย่ามีลูก เป็นคนเตือนที่ไม่รุนแรง เพราะว่าถือว่าเป็นการวางแผนรับมือภาวะโลกร้อนที่สำคัญที่สุด เมื่อถึงเวลานั้นพ่อแม่เองก็ต้องทนลำบากเผชิญกับวิกฤตต่างๆ มากมายอยู่แล้ว  เด็กจะอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วยังอยากให้ลูกผจญกับภาวะเหล่านั้นหรือไม่ จึงแนะนำว่าอย่ามีลูกกันเลย

ทางด้านนพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นายจิรพล คงจะเป็นห่วงพ่อแม่ที่จะต้องมาดูแลลูกเล็กๆ เพราะเด็กมีโอกาสป้องกันภัยให้ตัวเองจากโรคภัยไข้เจ็บได้น้อย โดยเฉพาะโรคที่ถ่ายทอดจากสัตว์สู่คน เพราะภาวะโลกร้อน อากาศเปลี่ยน ทำให้เชื้อโรคที่ถ่ายทอดจากสัตว์สู่คนแข็งแรงขึ้น มีการระบาดของโรคมากขึ้น โดยเฉพาะโรคไข้สมองอักเสบที่มาจากตัวริ้น ที่เคยระบาดในประเทศอินเดีย มีเด็กที่ป่วยโรคนี้ตายไปร้อยละ 60-70 จึงกลัวกันว่า หากในอนาคตระบาดเข้ามาในประเทศไทย ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือเด็กๆ นั่นเอง

เรื่องนี้นักประชากร น.ส.กฤติยา อาชวนิจกุล อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า  ขณะนี้สังคมไทยมีประชากรวัยแรงงานหรือวัยผู้ใหญ่จำนวนมากที่สุด และจะย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ ขณะที่ประชากรวัยเด็กมีจำนวนน้อยมาก  หากประเทศไทยรณรงค์ให้คนไม่มีลูกอีก ก็จะยิ่งทำให้เกิดภาวะคับขันเหมือนกับประเทศญี่ปุ่น จึงเห็นว่าการตั้งครรภ์เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล หน่วยงานภาครัฐมีหน้าที่ต้องให้ข้อมูลอย่างครบด้านกับประชาชน เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะมีลูกหรือไม่ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ปริบททางสังคม เพราะไม่ว่าสังคมจะเป็นอย่างไร จะมีปัญหาโลกร้อนหรือไม่ ก็ไม่มีผลกับการตั้งครรภ์

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ น.ส.พ.มติชน ไทยเย็นชาแก้ปัญหา"โลกร้อน" เตือนมีลูกอีก5-7ปีอยู่ลำบาก

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >