หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow รายงานพิเศษ arrow นักวิชาการชี้อีก 23 ปีน้ำทะเลท่วมโลก พิษคาร์บอนน้ำแข็งขั้วโลกละลาย
หน้าหลัก
รู้จักยส
รายงานพิเศษ
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
สิทธิมนุษยชนศึกษา
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
เว็บบอร์ด ยส.
คลังภาพ / กิจกรรม ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 59 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

รับข่าวสารฟรีจาก ยส.

ใส่ชื่อของท่าน

ใส่อีเมลของท่าน




แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 78 :วิกฤติสังคมไทย บทเรียน และ การตั้งรับ

วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 78


หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ
เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา


หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือ Jesus CEO

เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCIบทความใหม่ใน PCI  => ปั๊กส์คริสตีอินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้สวดภาวนาและจัดกิจกรรมเพื่อประเทศซิมบับเว

ACPP - Hotline Asiaบทความใหม่ใน ACPP = ประกันความปลอดภัยและปกป้องแรงงานอพยพชาวชนเผ่า - อินเดีย


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

นักวิชาการชี้อีก 23 ปีน้ำทะเลท่วมโลก พิษคาร์บอนน้ำแข็งขั้วโลกละลาย พิมพ์
Tuesday, 04 September 2007

นักวิชาการชี้อีก 23 ปีน้ำทะเลท่วมโลก พิษคาร์บอนน้ำแข็งขั้วโลกละลาย

Imageเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่โรงแรมโลตัส ปางสวนแก้ว จ.เชียงใหม่ ผศ.ดร.จิรพล สินธุนาวา อาจารย์มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวในการสัมมนาเรื่อง 'ภาวะโลกร้อนกับประเทศไทย : An Inconvenient Tuth จริงหรือ?' ในงานการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2550 ว่า ขณะนี้การป้องกันสายเกินไปแล้ว เพราะต้องตื่นตัวตั้งแต่ 15 ปีก่อน ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 240 ส่วนจากล้านส่วน แต่ปีนี้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 383 ส่วนต่อล้านส่วน ส่งผลให้อุณหภูมิในโลกเพิ่มขึ้น 6 องศาเซลเซียส ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กลัวว่าก๊าซคาร์บอนจะเพิ่มขึ้นเป็น 400 ส่วน ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 2-3 องศา ซึ่งจะทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างน้อย 5-15 เมตร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าจะทำให้น้ำแข็งละลายหมดภายในปี 2573 หรืออีกเพียง 23 ปีข้างหน้า


'วิธีที่จะทำช่วยยืดเวลาการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกได้นั้น ทั่วโลกจะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงร้อยละ 85 แต่ปัญหาสำคัญคือ ไม่สามารถลดปริมาณการใช้ก๊าซคาร์บอน เพราะเป็นเรื่องที่คนทั้งโลกจะต้องร่วมมือกัน คนใดคนหนึ่งไม่สามารถทำโดยลำพังได้ ถ้าไทยลด แต่สหรัฐไม่ลด ก็ช่วยอะไรไม่ได้' ผศ.ดร.จิรพลกล่าว และว่า ยังมีอีกวิธีที่จะช่วยลดโลกร้อนได้คือ การเกิดการปะทุของภูเขาไฟครั้งใหญ่ ซึ่งจะทำให้โลกเย็นลง 2-3 ปี ทั้งนี้ สาเหตุที่เกิดจากโลกร้อนมี 2 ประการหลัก คือ มาจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและการเกิดไฟป่า ซึ่งในระยะหลังเป็นฝีมือมนุษย์


ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา นักวิชาการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาโลกร้อนไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศเท่านั้น แต่ยังส่งผลในเชิงสาธารณสุขด้วย เพราะอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้เชื้อโรคที่มีสัตว์เป็นพาหะมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งยุง ค้างคาว หนู พบว่ามีเชื้อที่รุนแรงมากขึ้น คนที่ถูกยุงกัดเพียง 1 ตัว ก็สามารถทำให้เกิดไข้สมองอักเสบได้ ซึ่งในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย มีการระบาดอย่างหนัก และมีการระบาดลามไปถึงประเทศออสเตรเลียด้วย นักท่องเที่ยวเป็นตัวการนำพาหะต่ออีกทอดหนึ่ง

Image

จาก มติชน ฉบับวันที่ 01 กันยายน 2550
Link http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=3133&catid=27

< ก่อนหน้า   ถัดไป >