หน้าหลักติดต่อ ยส.
หน้าหลัก arrow หน้าหลัก
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
การศึกษาเพื่อสิทธิ&สันติภาพ
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
สมุดเยี่ยม
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)



จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 101 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 104:"พลังครอบครัวเข้มแข็ง สร้างสังคมยั่งยืน"

 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ ๑๐๔ 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 2 และ3

 หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร
ภาคที่ 2 และ3
 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 1

หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร ภาคที่ 1



หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ

หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง



โปสเตอร์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ พ.ศ.2532

โปสเตอร์
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
แห่งสหประชาชาติ
พ.ศ.2532


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

บทความล่าสุด

   อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ

ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ

 

Donation / สนับสนุนการดำเนินงาน

ร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ของ
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกยุติธรรมและสันติ (ยส.) 

  • โอนเข้าบัญชี ในนาม
    คณะกรรมการฯ แผนกยุติธรรมและสันติ 
    ธนาคารกสิกรไทย สาขาห้วยขวาง บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 002-8-02590-4
    (กรุณา Fax สำเนาการโอนเงินมาที่ 0 2692 4150)
    (หรือส่งสำเนาการโอนเงินทางอีเมล์ ccjpthai@gmail.com)

  • ทางธนาณัติ สั่งจ่ายในนาม “ปริญดา วาปีกัง” ตู้ ปณ. สุทธิสาร (10321)
    114 (2492) ถ.ประชาสงเคราะห์ ซอย 24 ดินแดง กรุงเทพฯ 10400
บุคคลไร้สัญชาติ : ชายขอบบนโลกา พิมพ์
Wednesday, 06 September 2006


 Image

เรียน คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ (ยส.)

ข้าพเจ้าไม่ทราบว่า วันนี้ที่ข้าพเจ้าได้นำเรื่องราวทั้งหมดนี้มาบอกเล่าให้ ยส. ฟังนี้มันผิดหรือว่าถูก สมควรหรือไม่สมควรแต่สิ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกก็คือข้าพเจ้าได้รับพระหรรษทานจากพระจิตเจ้าเพื่อดลบันดาลให้มาพบกับองค์กร ยส. นี้ ข้าพเจ้าไม่ได้หวังว่าสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ข้าพเจ้าจะได้อะไรเป็นการตอบแทนกลับมา หรือจะได้รับโทษอะไรเป็นการลงทัณฑ์ แต่อย่างน้อยๆ ข้าพเจ้าอยากให้สังคมเข้าใจถึงความทุกข์นับพันนับหมื่นคนที่รอคอยความหวังของ ( เรา )

โปรดอย่านำเรื่องราวเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าได้เล่ามา โยนลงถังขยะเหมือนเช่นหน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรง เพราะเขาคิดว่าเป็นการนำปัญหาไปสู่เขา เป็นเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อนและไม่อยากหาเรื่องใส่ตนเอง เพราะตนไม่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากผู้เรียกร้องเป็นรางวัลกำนัลอะไร ซึ่งจะพอชดเชยต่อค่าเหนื่อยที่ลงทุนทำเพื่อคนอื่นๆ นั่นก็เป็นเหตุผลหลักที่สำคัญที่สุด ที่ขาดคนดีจริงๆในสังคมการเมืองการปกครอง และผลพวงทำให้พวกกากเดนสังคมโลกที่ไม่มีใครต้องการอย่างพวกผม (บุคคลไร้สัญชาติ) ต้องดิ้นรนอยู่ในท่ามกลางการถูกคุกคามเรื่องสิทธิมนุษยชน จากคนบางกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติที่แฝงอยู่ในหน่วยงานรัฐ และเจ้าหน้าที่ที่สังคมยำเกรงและถูกยกย่องว่าเป็น (ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์) ที่คอยขูดรีด ข่มขู่ ดั่งเช่นโจรในคราบเจ้าหน้าที่อย่างซึ่งๆ หน้าเพราะต่างมองว่าเราเป็น (ผู้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย) ความยากจนนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก แต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้นผมถือว่าเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความมั่นคงที่ยั่งยืนตลอดชีวิต ไม่ใช่เงินทอง ไม่ใช่ฐานะความมั่งมีในชีวิต

ความสุขของคนกลุ่มหนึ่ง หากถามว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ผมในฐานะเป็นผู้ที่ถูกกระทำ ผู้ที่ดำเนินชีวิตในสภาพแวดล้อมในสังคม (บุคคลไร้สัญชาติ) สามารถจะบอกแทนพวกเขาได้ว่า  สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต คือ ความเป็นอยู่ที่สงบ ความเป็นอยู่ที่ไม่ต้องถูกกักพื้นที่ที่จำกัด ความเป็นอยู่ที่ไม่ต้องเป็นผู้ถูกคุกคามด้านสิทธิมนุษยชน ความเป็นอยู่อย่างเศรษฐกิจที่พอเพียงตามรอยฝ่าพระบาท ในหลวงของเรา การทำงานที่ไม่ต้องถูกจำกัด แค่งานกรรมกร ถูกจำกัดพื้นที่การทำงาน พื้นที่การเป็นอยู่ กับเอกสารการขออนุญาตทำงานและออกนอกเขตพื้นที่ที่หน่วยงานเจ้าหน้าที่กำหนดไว้สำหรับ (บุคคลไร้สัญชาติ ) เป็นกองๆ และค่าใช้จ่ายที่คน กรรมกรจนๆ ต้องแบกภาระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่ทำตามกฎเกณฑ์เขาเหล่านั้นก็ไม่ต้องทำมาหากิน เมื่อไม่มีที่ทำกิน หลายคนต้องเสียอนาคตเพราะต้องไปค้ายาเสพติด หรือทำงานสุจริตอย่างหลบๆซ่อนๆ กลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมารีดไถเงินทองที่เก็บเลี้ยงชีพแทบเป็นแทบตาย เลี้ยงบิดามารดา แต่กลับต้องมาเสียให้กับเจ้าหน้าที่ไม่กี่คนเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงสิทธิในการเรียกร้อง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสิทธิอื่นๆ เช่น การจำกัดสิทธิทางการศึกษา สิทธิรักษาพยาบาล สิทธิอื่นมากมายนั้นกลายเป็นปมด้อยที่ใหญ่ที่สุดของชีวิตพวกผม ( บุคคลไร้สัญชาติ )

ทั้งๆ ที่เราก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง ที่เกิดในผืนแผ่นดินไทย ร้องเพลงชาติไทย แต่ในเมื่อเราขาดสิ่งที่จำเป็นที่สุดที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เพราะบรรพบุรุษเป็นคนต่างด้าว เราจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขได้อย่างไร เราจะมีความเป็นอยู่ที่ไม่ต้องถูกกักพื้นที่ที่จำกัดไว้ได้อย่างไร เราจะมีความเป็นอยู่ที่ไม่ต้องถูกคุกคามได้อย่างไร และที่สำคัญเราจะมีความเป็นอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยฝ่าพระบาทในหลวงของเราได้อย่างไร นั่นเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดที่ไม่มีใครอยากยื่นมือเข้ามาเพื่อแก้ไข ผมได้เห็นหน่วยงานหนึ่งซึ่งผมรู้สึกอบอุ่นใจมากในขณะที่ผมและเพื่อน ( บุคคลไร้สัญชาติ ) ตลอดเวลาที่คิดว่าเราจะเป็นผู้ถูกทอดทิ้งจากสังคมโลก ที่ไม่มีใครอยากมาเหลียวแล ที่ไม่มีใครจะมาเห็นใจและใส่ใจ

แต่เมื่อผมเห็น ( มูลนิธิกระจกเงา ) ที่ทุ่มเททั้งกำลังใจและกำลังกายที่คอยผลักดันให้หน่วยงานรัฐเร่งรีบแก้ไขปัญหาบุคคลไร้สัญชาติ ( ตามพระราชบัญญัติบุคคลไร้สัญชาติ 7 ทวิ ) ที่ให้สัญชาติแก่ลูกหลานบุคคลไร้สัญชาติ ที่เกิดในเมืองไทย เรียนหนังสือไทย และมีเอกสารรับรองการเกิดในเมืองไทย นั่นถือเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับบุคคลไร้สัญชาติ เพราะเหมือนจะได้ไปเกิดใหม่สักที ที่ไม่ต้องถูกกักไว้ในพื้นที่เหมือนนักโทษ และมีโอกาสได้ใช้ชีวิตและสิทธิอื่นๆ อย่างเต็มที่ มีโอกาสได้ใช้วิชาความรู้ ที่ตนศึกษาเล่าเรียนมาอย่างเช่นคนอื่นๆ เขาบ้าง มลทินไม้กางเขนที่บรรพบุรุษได้แบกไว้ เหมือนบัดนี้จะได้มีโอกาสวางลงกับพื้นในโลกมนุษย์สักที เวลาที่ผมรอมาเกือบ 28 ปี และคนอื่นๆ ที่รอมาตามอายุตนเอง วันนี้ได้มีโอกาสออกไปมองโลกกว้างสักที ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ต้องหวาดระแวงเจ้าหน้าที่รัฐที่คอยขูดรีดไถ ได้ใช้ชีวิตปกติอย่างคนอื่นๆ เขาสักที นั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่คนรุ่นหลัง (บุคคลไร้สัญชาติ ) ได้วางแผนชีวิตอนาคตไว้อย่างสวยงาม และเต็มที่กับการร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อให้งานง่ายขึ้น แต่แล้ว ความฝันก็แค่ความฝัน ความฝันที่จะกลายเป็นจริงนั้น มันริบหรี่ จวนจะดับ รอแล้วรอเล่า คอยแล้วคอยเล่า แต่ทุกครั้งที่ได้ติดตามก็มีแต่เสียงตอบรับที่เหมือนตามไปทวงหนี้เขากระนั้น เมื่อไหร่หนอ เมื่อไหร่เราจะพ้นความกระหายที่อยากจะพ้นจากความทุกข์นี้เสียที

โปรดอย่าเมินเฉยต่อความทุกข์ยากที่ข้าพเจ้าอยากเล่าให้ท่านฟัง เท่านั้นเอง โปรดหยิบอ่านข้อความเหล่านี้เพื่อที่ข้าพเจ้าจะมีกำลังใจสู้ต่อไป เพื่อรอ เพราะข้าพเจ้าเล่ามาด้วยความรู้สึกลึกๆ ที่ไม่มีแล้วที่จะมีผู้ใดมารับฟังและไม่รู้ว่าจะไประบายให้ใครฟัง ข้าพเจ้าสวดภาวนาต่อพระแม่ทุกวัน ว่าวันหนึ่งวันนั้นจะมีผู้มาไถ่ชีวิตของพวกเรา (บุคคลไร้สัญชาติ ) ในโลกมนุษย์นี้สักที  แม้ทาง ยส. จะช่วยอะไรข้าพเจ้าไม่ได้เลยก็ตามแต่ข้าพเจ้าก็รู้สึกดีใจ และพอใจอย่างยิ่ง อย่างน้อยให้สังคมเข้าใจถึงความทุกข์ยากที่ข้าพเจ้า( และพี่น้อง ) ได้เผชิญอยู่ตลอดเวลา 

และขออนุโมทนา การสวดภาวนาขอพระแม่นี้ให้แด่ผู้ที่รอความหวังในไฟชำระเหมือนกับข้าพเจ้าและอาศัยพระบารมีของพระเยซูคริสตเจ้า จงปกป้องคุ้มครอง และจะเป็นกำลังใจให้กับ ทาง ยส.ด้วย

ด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง
(ชายขอบบนโลกา)   

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

ถัดไป >