| รัฐไทยกับกลไกการติดตามสถานการณ์ด้านสิทธิ์ของสหประชาชาติ (ตอนที่ 8) โดย กล้วยกัทลี |
|
| Wednesday, 30 August 2006 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
สนธิสัญญา | ไทยเป็นภาคี | บังคับใช้ในไทย | กำหนดส่งรายงาน | ปีที่ไทยส่งรายงาน | ปีที่เข้าพบกรรมการสิทธิของ UN* |
1. ICERD | 28-01-2003 | 27-02-2003 | ชิ้นแรก 2004 | ยังไม่ได้ส่งชิ้นแรก | - |
2. ICCPR | 29-10-1996 | 30-01-1997 | ชิ้นแรก 1998ชิ้นที่สอง 2003 | ส่งชิ้นแรก 2004ยังไม่ได้ส่งชิ้นที่สอง | ก.ค. 2005- |
3. ICESCR | 05-09-1999 | 05-12-1999 | ชิ้นแรก 2002 | ยังไม่ได้ส่งรายงาน | - |
4. CEDAW | 09-08-1985 | 08-09-1985 | ชิ้นแรก 1986ชิ้นสี่ 2002ชิ้นหก 2006 | ส่งชิ้นแรก 1987ส่งชิ้นสี่ผนวกห้า 2003ยังไม่ได้ส่งชิ้นหก | ม.ค. 1990ม.ค.- ก.พ. 2006- |
5. CRC | 27-03-1992 | 26-04-1992 | ชิ้นแรก 1994ชิ้นสอง 1999ชิ้นสาม-สี่ 2009 | ส่งชิ้นแรก 1996ส่งชิ้นที่สอง 2004- | ม.ค.- ก.พ.1998ม.ค. 2006- |
(อ่านพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติมได้จากแหล่งข้อมูลต่อไปนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ http://www.nhrc.or.th/menu_content.php?doc_id=29)องค์การสหประชาชาติhttp://www.unhchr.ch/TBS/doc.nsf/NewhvVAllSPRByCountry?OpenView&Start=170&Count=15&Expand=171#171)
จากตารางจะเห็นได้ว่า เกิดความล่าช้าในการส่งรายงานของทุกสนธิสัญญา ทั้งนี้เนื่องมาจากปัจจัยหลายประการ แต่ประการหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นเรื่องความไม่พร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำรายงาน เมื่อไม่พร้อม ก็ไม่สามารถจัดเก็บและรวบรวมข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนั้น อาจเป็นได้ที่ไม่มีความเข้าใจชัดเจนในข้อผูกพันที่มีต่อสนธิสัญญา คืออาจไม่ทราบว่าต้องทำรายงาน ดังนั้น จึงไม่พร้อมที่จะตั้งหน่วยงานขึ้นมารองรับ หรืออาจขาดผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำรายงานดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นนักกฎหมาย หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องสิทธิด้านต่างๆ เป็นต้น
นอกจากนี้ การทำรายงานเป็นภาษาอังกฤษ ก็นับเป็นภาระที่ยากลำบากพอสมควรสำหรับประเทศไทย
อย่างไรก็ดี การที่เราได้ยินผู้นำของรัฐไทยกล่าวว่า “UN ไม่ใช่พ่อ” จึงสะท้อนความไม่เข้าใจของผู้นำต่อภาระผูกพันที่รัฐไทยต้องมีต่อสนธิสัญญาที่ได้เข้าเป็นภาคีไว้ ภาระผูกพันที่สหประชาชาติมีหน้าที่ติดตาม สนับสนุน ช่วยเหลือ เพื่อให้รัฐภาคีสามารถปฏิบัติตามสนธิสัญญาได้อย่างเหมาะสม
นอกจากจะส่งรายงานแล้ว คณะกรรมการในสนธิสัญญานั้นๆ ยังได้เชื้อเชิญให้รัฐบาลส่งตัวแทนเข้าชี้แจ้งต่อคณะกรรมการฯตามวันและเวลาที่กำหนด เพื่อให้เกิดการพบปะ ซักถาม ทำความเข้าใจในเรื่องที่คณะกรรมการฯ ต้องการ ตัวอย่างเช่น หลังจากคณะกรรมการว่าด้วยเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ได้รับรายงานชิ้นแรกที่เกี่ยวข้องกับสนธิสัญญา ICESCR จากไทยเมื่อปี 2004 (แม้ว่าจะล่าช้าไปถึงหกปี) ก็ได้กำหนดให้ไทยส่งตัวแทนเข้าพบคณะกรรมการฯในเดือนกรกฎาคม 2005 เป็นต้น
เมื่อได้พบปะกันแล้ว คณะกรรมการจะผลิตเอกสารที่เรียกว่า ข้อสังเกต หรือ General Observation เพื่อเสนอต่อรัฐบาล ในข้อสังเกตนี้อาจมีการระบุให้รัฐตอบคำถามต่างๆ ที่ยังไม่กระจ่าง แก้ไขการปฏิบัติงานด้านสิทธิ์ให้ถูกต้องตามพันธกรณี หรือทำรายงานที่มีข้อมูลเป็นปัจจุบันเพื่อส่งให้คณะกรรมการติดตามผลในระยะเวลาที่กำหนด
ประชาชนของประเทศนั้นๆ สามารถใช้สิทธิ์ของตนในการติดตามการทำงานของรัฐบาล เพื่อให้เป็นไปตามข้อสังเกตที่คณะกรรมการนำเสนอ การติดตามการดำเนินงานของรัฐโดยประชาชนนี้เองจะช่วยให้งานด้านสิทธิ์ของรัฐเป็นไปตามพันธกรณียิ่งขึ้น และยังช่วยให้ประเทศมีพัฒนาการด้านสิทธิ์ที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นได้
ความคิดเห็น
| เขียนความคิดเห็น |
Powered by AkoComment 2.0!
| < ก่อนหน้า | ถัดไป > |
|---|








อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้ 