|
จำนวนผู้เข้าชม |
|
ขณะนี้มี 19 บุคคลทั่วไป ออนไลน์ |
 
ขอบคุณทุกท่าน ที่แวะเข้ามาค่ะ
|
|
แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด |
|

วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 83

หนังสือแปล
Jesus CEO : พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ

หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา

หนังสือแปล
Caritas in Veritate :
พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง
|
|
|
อนึ่ง บทความ หรือข้อเขียนทั้งหมดที่นำลงเว็บไซต์ jpthai.org เป็นทัศนะเฉพาะของผู้เขียน
และไม่ผูกพันกับคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ
ทางเว็บไซต์ jpthai อนุญาตให้คัดลอกบทความ/ข้อมูล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้
แต่กรุณาระบุชื่อผู้เขียน และแหล่งที่มาด้วย ขอบคุณค่ะ
|
|
สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ตอนที่ 5) โดย กล้วยกัทลี |
|
|
Wednesday, 09 August 2006 |
ตอนที่ 5
สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
โดย กล้วยกัทลี สนธิสัญญา (Treaty) เป็นคำกว้างๆ ใช้สำหรับความหมายโดยทั่วไปเกี่ยวกับสัญญาที่ทำระหว่างบุคคลในระหว่างประเทศ (รัฐ รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ) โดยก่อให้เกิดสิทธิและพันธกรณีระหว่างกันภายใต้บังคับกฎหมายระหว่างประเทศ ในความเข้าใจของบุคคลทั่วไป คำนี้อาจหมายถึง “ความตกลงระหว่างประเทศ”
สนธิสัญญาอาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความนิยมเรียกในช่วงนั้น หรือการแบ่งกลุ่มสนธิสัญญาตามความสำคัญ หรือตามขั้นตอนการทำสนธิสัญญา ดังตัวอย่าง
ความตกลง (Agreement), ข้อตกลง (Arrangement), บันทึกความเข้าใจ (MOU – Memorandum of Understanding), บันทึกความตกลง (Memorandum of Agreement), พิธีสาร (Protocol), อนุสัญญา (Convention), กติกา (Covenant) ฯลฯ
ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรก็ตาม หากเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายก็ถือเป็นสนธิสัญญาทั้งสิ้น แต่มีข้อแตกต่างเล็กน้อยคือ บางชนิดอาจไม่ต้องนำเสนอและผ่านกระบวนการให้ความเห็นชอบของรัฐสภา เป็นต้น
หลักสิทธิมนุษยชนที่กล่าวไว้ในปฏิญญาสากล ได้ถูกนำมาย่อยให้เกิดความกระจ่าง และนำเสนอเป็นรูปแบบของสนธิสัญญา หรือ กฎหมายระหว่างประเทศที่จะผูกพันกับรัฐที่เข้าร่วมเป็นภาคีของกฎหมายนั้นๆ
ตารางต่อไปนี้แสดงรายชื่อกติกาสากลและอนุสัญญาหลักๆ 7 ฉบับ ตลอดจนวัน เดือน ปี ที่ได้รับการรับรอง ที่บังคับใช้อย่างเป็นทางการ และต้องใช้เวลากี่ปีก่อนที่อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้
รายชื่อสนธิสัญญา | ปีที่รับรอง | ปีที่บังคับใช้ | ใช้เวลา | - อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ - ICERD
| 21 ธ.ค. 1965 | 4 ม.ค. 1969 | 3 ปี | | 16 ธ.ค. 1966 | 23 มี.ค. 1976 | 9 ปี 3 เดือน | | 16 ธ.ค. 1966 | 3 ม.ค. 1976 | 9 ปี | | 18 ธ.ค. 1979 | 3 ก.ย. 1981 | 1 ปี 9 เดือน | | 10 ธ.ค. 1984 | 26 มิ.ย. 1987 | 2 ปีครึ่ง | | 20 ธ.ค. 1989 | 2 ก.ย. 1990 | 9 เดือน | | 18 ธ.ค. 1990 | 1 ก.ค. 2003 | 12 ปี 7 เดือน |
(หมายเหตุ บทความนี้จะไม่กล่าวถึง พิธีสารเลือกรับ หรือ Optional Protocol ซึ่งมีอยู่ใน ICCPR, CEDAW, CAT และ CRC)
ปฏิญญาสากลฯ (UDHR) ซึ่งเป็นหลักการกว้างๆ ของสิทธิมนุษยชนได้ประกาศใช้ในปี 1948 (สามปีหลังจากก่อตั้งสหประชาชาติ) จากนั้นอีกเกือบ 20 ปี จึงสามารถย่อยหลักการให้เป็นสนธิสัญญาหรือกฎหมายระหว่างประเทศได้ นั่นคือสนธิสัญญา ICERD, ICCPR และ ICESCR (ในปี 1965, 1966 และ 1966 ตามลำดับ) จากนั้นยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าที่รัฐต่างๆ จะเข้าร่วมเป็นภาคีตามจำนวนที่กำหนด เพื่อให้สนธิสัญญานั้นๆ มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
ยกตัวอย่างเช่น กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมหรือ ICESCR นั้นระบุไว้ในมาตรา 27(1) สรุปได้ว่า กติกานี้จะมีผลบังคับใช้ภายในสามเดือน หลังจากวันที่รัฐลำดับที่ 35 เข้าเป็นภาคี
ในทางปฏิบัติ เมื่อประเทศจาไมก้า ลงนามเข้าเป็นรัฐภาคีลำดับที่ 35 ในวันที่ 3 ตุลาคม 1975 สามเดือนต่อจากนั้น คือในวันที่ 3 มกราคม 1976 กติกาก็บังคับใช้ได้ ดังนั้น ประเทศที่เข้าเป็นภาคีทั้ง 35 ประเทศ ต้องปฏิบัติตามกติกา นอกจากนี้ สหประชาชาติ สามารถใช้กลไกคณะกรรมการภายใต้สนธิสัญญาเหล่านั้นเพื่อตรวจสอบการละเมิดสิทธิ์ของประเทศที่เป็นภาคีได้
ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีนั้น สหประชาชาติไม่สามารถใช้กลไกดังกล่าวตรวจสอบได้จนกว่าจะเข้าเป็นภาคี แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศเหล่านั้นก็เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ดังนั้น จึงมีกลไกอื่นๆ (เช่น กลไกภายใต้ปฏิญญาสากลฯ) ที่สามารถใช้เพื่อขอความร่วมมือหากมีการละเมิดสิทธิ์
อย่างไรก็ดี มาตรา 27(2) ระบุว่า รัฐที่เข้าเป็นภาคีภายหลังวันบังคับใช้ ก็กำหนดให้กติกามีผลบังคับใช้ในประเทศนั้นหลังจากสามเดือนนับตั้งแต่ประเทศนั้นเข้าเป็นภาคี ตัวอย่างเช่น หลังจากที่กติกามีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 3 มกราคม 1976 ประเทศไทยยังไม่เข้าเป็นภาคี ดังนั้นจึงยังไม่สามารถบังคับใช้กติกานี้ในประเทศไทยได้ แต่เมื่อวันที่ 5 กันยายน 1999 ไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคี ดังนั้น หลังจากนั้นสามเดือน คือ ในวันที่ 5 ธันวาคม 1999 กติกาก็มีผลบังคับใช้ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
นี่เป็นตัวอย่างของกติกา ICESCR เท่านั้น กติกาอื่นๆ ก็มีหลักการไม่ต่างกัน เพียงแต่มีข้อปลีกย่อยต่างออกไป เช่น การบังคับใช้ของ ICRMW จะเกิดขึ้นเมื่อมีรัฐภาคีเพียง 20 รัฐเท่านั้น เป็นต้น
กติการะหว่างประเทศสองฉบับซึ่งถือว่าเป็นหลักใหญ่ของสิทธิมนุษยชน ก็คือ ICCPR และ ICESCR ซึ่งครอบคลุมชีวิตมนุษย์ในทุกด้าน คือ ด้านสิทธิพลเมืองและการเมือง กับ สิทธิเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ส่วนกติกาอื่นๆ นับเป็นความพยายามที่จะแจงรายละเอียดของสิทธิทุกๆ ด้าน เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้กับกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เช่น ผู้หญิง เด็ก และแรงงานอพยพ หรือนำไปใช้ขยายความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิ์ เช่น เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติ และการทรมาน เป็นต้น
สนธิสัญญาทั้ง 7 ฉบับนี่เป็นเพียงตัวอย่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากลหลักๆ ยังมีกฎหมายอื่นๆ อีกหลายฉบับซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะกลุ่มและอาจไม่เป็นที่รับรู้ของสังคมวงกว้าง เช่น ผู้ไร้รัฐ ผู้อพยพ ผู้ต้องขังในภาวะสงคราม (ต่อต้าน) การเกณฑ์ทหารรับจ้าง เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีเอกสารที่ไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นเสมือนข้อตกลง หรือมาตรฐานทางจริยธรรม ที่อยู่ในรูปของแถลงการณ์ คำประกาศ หลักการ แนวทางปฏิบัติ เช่น คำประกาศเรื่องเชื้อชาติและอคติเรื่องเชื้อชาติ แถลงการณ์เรื่องสิทธิของผู้พิการ มาตรฐานขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง เป็นต้น เอกสารเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นแนวทางเพื่อการนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้สิทธิมนุษยชนครอบคลุมทุกแง่มุม และทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง
รายละเอียดของแต่ละสนธิสัญญานั้นจะไม่ขอนำเสนอในที่นี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและเนื้อที่มาก แต่หากมีโอกาส จะยกกรณีศึกษาเพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจต่อไป แต่หากสนใจก็สามารถหาอ่านสนธิสัญญาที่แปลเป็นไทยได้ดังนี้
UDHR – สำนักข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ http://www.unhchr.ch/udhr/lang/thj.htm ICCPR–ศูนย์สิทธิมนุษยชนและสันติวิธี วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม http://www.msu.ac.th/politics/CHRN/bot/b_14.htm ICESCR - http://www.msu.ac.th/politics/CHRN/bot/b_3.htm CEDAW – สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว http://www.women-family.go.th/thai/download/law2.pdf
ในบทต่อไปจะนำเสนอเรื่อง กลไกการทำงานของสหประชาชาติที่เกี่ยวเนื่องกับสนธิสัญญาเหล่านี้
.......................................................................
ตอนต่อไป
กลไกสหประชาชาติ(1)
|
รัฐภาคี เขียนโดย ผ่อนผัน เปิด 2008-09-23 11:04:06 อยากถามว่าคำว่า รัฐภาคี ในภาษาอังกฤษใช้คำใหน และ ใช้อย่างไร ขอบคุณค่ะ |
Powered by AkoComment 2.0! |
|