หน้าหลัก
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
การศึกษาเพื่อสิทธิ&สันติภาพ
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)

จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 203 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 113: โลกยังคงงดงาม เพียงเราไม่ทิ้งใคร?...ไว้ข้างหลัง
 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 113


สมณลิขิตเตือนใจ...แอมะซอนที่รัก (QUERIDA AMAZONIA)
 แอมะซอนที่รัก
(QUERIDA AMAZONIA)
สมณลิขิตเตือนใจ...
ของสมเด็จ-
พระสันตะปาปาฟรังซิส


จงสรรเสริญพระเจ้า... การก้าวออกไปอย่างต่อเนื่องของเอเชีย
หนังสือแปล
จงสรรเสริญพระเจ้า...
การก้าวออกไป
อย่างต่อเนื่องของเอเชีย


วันสันติสากล 1 มกราคม 2020
สารวันสันติสากล
1 มกราคม 2020
สันติภาพ คือ
หนทางของความหวัง:
การเสวนา การคืนดีกัน
และการกลับใจ
ดูแลระบบนิเวศ
ต้องมุ่งสร้างสันติภาพ


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 2 และ3
หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร
ภาคที่ 2 และ3
 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 1
หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร ภาคที่ 1



หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ
หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา
หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate
หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง



โปสเตอร์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ พ.ศ.2532
โปสเตอร์
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
แห่งสหประชาชาติ
พ.ศ.2532


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

ชีวิตของผู้ประสบภัย...บาดแผลทางใจหลังคลื่นยักษ์สึนามิ โดย วรพจน์ สิงหา พิมพ์
Wednesday, 28 June 2006


ชีวิตของผู้ประสบภัย
บาดแผลทางใจหลังคลื่นยักษ์สึนามิ

โดย วรพจน์  สิงหา

แม้เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มจะผ่านพ้นมานานหลายเดือนแล้ว แต่ผลกระทบจากคลื่นยักษ์ยังไม่จางหายไปจากความรู้สึกของผู้ประสบภัยทุกคน
หลายคนรู้สึกว่า คลื่นยักษ์สึนามิได้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในจิตใจ และในชีวิตนี้คงยากที่จะลืมเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้ เพราะสึนามิไม่ได้พัดพาเพียงบ้านเรือนและวัตถุให้หายไปเท่านั้น แต่สึนามิยังพัดพาเอาคนรักและชีวิตทั้งชีวิตหายไปกับความรุนแรงของคลื่นยักษ์ด้วย


กิตติ นามวงษ์กิตติ นามวงษ์ อายุ 33 ปี ชาวบ้านบ้านบางเนียง จ.พังงา ผู้ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ

แม้ลูกจะรอดชีวิต แต่ภรรยาของเขาสูญหายไปกับคลื่นยักษ์ จนกระทั่งปัจจุบันเขายังหาภรรยาไม่พบ และถึงแม้เขาจะได้รับความช่วยเหลือจากทางราชการ ทั้งในเรื่องเครื่องมือทำมาหากิน เสื้อผ้า และข้าวสารอาหารแห้ง แต่ในด้านสภาพจิตใจนั้นเขายังคงหวั่นกลัวและหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ชีวิตช่วงก่อนคลื่นยักษ์สึนามิจะถล่ม กิตติและภรรยาช่วยกันทำปาท่องโก๋ขาย โดยเขาเป็นคนนวดแป้ง ส่วนภรรยาเป็นคนเตรียมส่วนผสม ทำให้ปาท่องโก๋ที่ทำขายมีรสชาติอร่อยเป็นที่ถูกปากถูกใจผู้คนในละแวกนั้น จากชีวิตที่ไม่มีอะไร ทำให้ฐานะเริ่มดีขึ้น เขามีบ้านให้เช่า 1 หลัง พออยู่พอกิน และเริ่มที่จะสร้างฐานะอันมั่นคงได้บ้าง

แต่เมื่อคลื่นยักษ์สึนามิซัดมา ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กิตติบอกเพียงสั้นๆ ว่า "ชีวิตตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม"

ชีวิตในทุกวันนี้ของกิตติ เขาต้องตื่นประมาณ ตี 2 ของทุกวัน เพื่อลุกขึ้นมาเตรียมขายปาท่องโก๋ ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของเขาและภรรยา เขาบอกว่า "ตอนแรกไม่มีกำลังใจทำ เพราะภรรยาไม่อยู่ แต่เราต้องทำ เพราะเรามีลูกอายุ 8 ขวบ ต้องรับผิดชอบ"

"ตอนนี้พยายามปรับตัวให้มากขึ้น แต่ยอมรับว่าบางทีก็ท้อนะ ปาท่องโก๋ที่ผมทอด ไม่ตรงกับรสชาติเดิมที่เคยทำมา มันไม่เหมือนเดิม เมื่อก่อนผมเป็นคนนวดแป้ง เพราะแป้งเวลานวดมันหนัก ส่วนแฟนเป็นคนผสม ตอนนี้ผมกะส่วนผสมไม่ถูก ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ปาท่องโก๋ไม่อร่อยเหมือนเดิม ก็หงุดหงิดเหมือนกัน แต่ก็ทำต่อไป" กิตติกล่าว

กิตติพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า "บางทีผมท้อกับชีวิตนะ ผมกับแฟนไม่เคยห่างกัน ไปไหนไปด้วยกันตลอด คบกันมา 5 ปี ติดทหาร 2 ปี ก็ยังรอ กลับมาก็แต่งงาน เริ่มสร้างฐานะ ตั้งแต่ไม่มีอะไรเลย จนกระทั่งเริ่มมีขึ้นมาบ้าง ก็เจอสึนามิ ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด"

ชีวิตของคนสองคนที่ผูกพันกันเหมือนปาท่องโก๋ เขาและเธอเป็นเหมือนเงาของกันและกัน และทั้งสองเป็นคู่รักที่เคยพรากจากกัน เมื่อวันใดวันหนึ่งขาดใครไปสักคน ชีวิตที่เหลืออยู่คงไม่ครบถ้วนสมบูรณ์อีกต่อไป

หลังเหตุการณ์สึนามิผ่านไปไม่นานนัก กิตติลงมือสร้างบ้านหลังใหม่ในที่เดิม และลงมานอนที่บ้านหลังนี้ทุกวัน โดยให้ลูกไปนอนที่บ้านพักชั่วคราว เพราะปลอดภัยกว่า เขาพูดด้วยน้ำตาแห่งความหวังว่า "ผมรีบสร้างบ้าน เพราะหวังว่า แฟนผมยังไม่ตาย แล้วเขาจะกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม"

เขาสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง...ภรรยาของเขาจะกลับมาช่วยกันทำปาท่องโก๋ และอยู่เคียงข้างกันเหมือนวันก่อนๆ ที่ผ่านพ้นไป


Mr.Singh Bhupinder หรือ Bhupe Mr.Singh Bhupinder หรือ Bhupe ชาวอินเดีย ศาสนาซิกข์ อายุ 34 ปี เจ้าของกิจการรับตัดสูท (Tailor shop)

มิสเตอร์บูปี้ เป็นอีกหนึ่งชีวิตที่น่าสนใจ เพราะความเป็นคนต่างชาติในประเทศไทย ทำให้เขาไม่ได้รับการเหลียวแลช่วยเหลือจากภาครัฐ จนกระทั่งถึงปัจจุบันเขายังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานหรือองค์กรใดเลยแม้แต่นิดเดียว

มิสเตอร์บูปี้ ใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยมานานกว่า 15 ปี และย้ายมาอาศัยอยู่ในเขาหลัก 6 ปี เขากล่าวว่า "ผมเสียภาษีให้ประเทศไทยมาตลอด 15 ปี ปีละหลายหมื่น เสียภาษีรวมแล้วไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร แต่ทำไมราชการไทยไม่ให้ผมสักบาทเลย ทุกวันนี้ ผมไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรเลย ข้าวสารอาหารแห้งก็ไม่ได้ สักสลึงก็ไม่ได้ ผมเป็นคนต่างชาติ ตอนเจอคลื่นสึนามิ พาสปอร์ตหาย มองเห็นคนตายเยอะมาก มีแต่คนตายอย่างเดียว ติดต่อใครไม่ได้ เหมือนอยู่ในโลกคนเดียว ชีวิตของผมทั้งหมดอยู่ที่นี่ กิจการของผมพังหมด ทุกสิ่งทุกอย่างของผมหมดไปกับที่นี่"

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงคับแค้นใจว่า "ที่อื่นอยู่มา 15 ปี ก็เป็นเหมือนคนที่นั่น แต่ที่เมืองไทยอยู่มา 15 ปี ก็เป็นเหมือนคนประเทศอื่นเหมือนเดิม เราเป็นคนต่างประเทศในเมืองไทย ประเทศนี้ไม่ยอมรับว่าผมเป็นคนๆ หนึ่ง ทั้งที่ผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งในประเทศไทย"

หลังเกิดเหตุการณ์สึนามิ มิสเตอร์บูปี้ ต้องช่วยอาสาสมัครทำงานเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ทั้งชีวิตไม่เคยเก็บหินหรือทำงานหนัก แต่เขาก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อชีวิตจะได้ไม่เครียดเกินไป

เขาพูดด้วยน้ำตาว่า "ชีวิตทุกวันนี้มันแย่ลง สภาพจิตใจของผมมันแย่ลง" เขาพูดด้วยความอัดอั้นตันใจอีกว่า "เมื่อก่อน ผมคิดว่าคนไทยดีมาก แต่เดี๋ยวนี้มันเป็นแบบนี้แล้ว ผมเจ็บใจมาก ถ้าผมไม่มีผู้หญิงชื่อแหม่มคอยช่วยเหลือ ผมคงไม่มีที่พัก ไม่มีข้าวกิน ไม่มีความช่วยเหลืออะไรเลย ผมอยากจะทำงานเหมือนเดิม แต่ราชการไม่เคยช่วยอะไรผมเลย"

"นายกฯ ทักษิณ บอกว่ามีเงินเป็นพันๆ ล้าน ที่จะมาลงทุนที่เขาหลัก บางเนียง แต่ตอนนี้มีอะไรไหม 3 เดือน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ราชการ ให้เพียงเงินค่าศพ 20,000 บาทในตอนแรก และไม่ได้ให้อีก"

มิสเตอร์บูปี้พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า "ชีวิตมนุษย์ไม่ใช่มีค่าแค่สองหมื่นบาท" และเขายังทิ้งท้ายไว้ว่า "ตอนนี้ไม่มีใครรอราชการแล้ว 3 เดือนแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ ผมคิดว่า 3 ปีก็เหมือนกันนะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"
 
แหม่ม ชัยรัตน์แหม่ม ชัยรัตน์ อายุ 41 ปี หญิงสาวผู้อยู่เคียงข้าง

ถ้าไม่มีเธอคนนี้ มิสเตอร์บูปี้ คงไม่มีชีวิตอยู่เหมือนทุกวันนี้ พี่แหม่มเป็นเพื่อนซึ่งร่วมทำธุรกิจกับมิสเตอร์บูปี้และเป็นผู้ประสบภัยซึ่งสูญเสียทรัพย์สินในการประกอบอาชีพไปทั้งหมดเช่นกัน

พี่แหม่มกล่าวว่า "พี่เป็นคนไทยยังได้รับความช่วยเหลือบ้าง เท่าที่ผ่านมา 3 เดือน พี่ได้รับเงินประมาณ 20,000 บาท แต่คนต่างชาติไม่ได้รับอะไรเลย ไม่มีใครสนใจ ถูกกีดกันและไม่มีการช่วยเหลืออะไรเลย มีแต่คนต่างประเทศที่ช่วยเหลือกันเอง"

พี่แหม่มกล่าวต่อไปว่า "ในด้านสภาพจิตใจก็ดีอยู่บ้าง เพราะทำใจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นได้  อย่างน้อยเมืองไทยยังเป็นบ้านที่เราคุ้นเคย แต่สำหรับคนบ้านอื่นเมืองอื่นที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ทางราชการน่าจะปฏิบัติต่อเขาเหมือนเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เราสูญเสียทางวัตถุ ไม่ได้สูญเสียในเรื่องชีวิต บางคนเขาสูญเสียทั้งคนและทรัพย์สิน ในเรื่องทรัพย์สินหรือวัตถุเรามาสร้างกันใหม่ได้ แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้ คือ ยิ่งเรารอความช่วยเหลือ เรายิ่งเครียด ในเรื่องเร่งด่วน น่าจะลัดขั้นตอนได้ ถ้าจะช่วยกันจริงๆ แต่ถ้าให้รอความช่วยเหลือต่อไปอีก ชีวิตเราก็เป็นแบบนี้เหมือนเดิม"

พี่แหม่มกล่าวทิ้งท้ายด้วยคำถามที่ค้างคาใจไว้ว่า "เวลาออกข่าวออกสื่อ คนที่รับผิดชอบส่วนใหญ่จะบอกว่ามีการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอย่างมากมายและทั่วถึง แต่จริงๆ แล้ว ยังมีผู้ประสบภัยอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ หลายคนบอกว่ามีเงินมาหลายสิบล้าน แต่ไม่มีเงินมาถึงพวกเรา ประชาชนเขาก็ส่งเงินช่วยเหลือมาเยอะ แต่เงินไม่รู้ไปไหน เราอยากรู้ข้อนี้แหละ ...หรือต้องรอให้น้ำมาอีกทีหรือยังไง ถึงจะช่วยเหลือ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน"

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >