หน้าหลัก
หน้าหลัก
รู้จักยส
ข่าวย้อนหลัง
ค่ายยุวสิทธิมนุษยชน
อยู่กับปวงประชา
สิทธิมนุษยชนสนทนา
ข่าวด้านสิทธิฯ / landmine
ผู้ไถ่ : รายงานสถานการณ์
การศึกษาเพื่อสิทธิ&สันติภาพ
สื่อสิ่งพิมพ์ ยส.
มุมมองสิทธิฯ ในหนัง
กิจกรรม ยส.
คลังภาพ ยส.
เว็บบอร์ด ยส.
ติดต่อ ยส.
เว็บเพื่อนบ้าน
Facebook ยส.

ยส. (ยุติธรรมและสันติ)

จำนวนผู้เข้าชม
ขณะนี้มี 213 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

คลิก เขียนสมุดเยี่ยมคลิก เขียนสมุดเยี่ยม
ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะเข้ามาค่ะ

แนะนำสื่อ ฉบับล่าสุด


วารสารผู้ไถ่ ฉบับที่ 113: โลกยังคงงดงาม เพียงเราไม่ทิ้งใคร?...ไว้ข้างหลัง
 วารสารผู้ไถ่
ฉบับที่ 113


สมณลิขิตเตือนใจ...แอมะซอนที่รัก (QUERIDA AMAZONIA)
 แอมะซอนที่รัก
(QUERIDA AMAZONIA)
สมณลิขิตเตือนใจ...
ของสมเด็จ-
พระสันตะปาปาฟรังซิส


จงสรรเสริญพระเจ้า... การก้าวออกไปอย่างต่อเนื่องของเอเชีย
หนังสือแปล
จงสรรเสริญพระเจ้า...
การก้าวออกไป
อย่างต่อเนื่องของเอเชีย


วันสันติสากล 1 มกราคม 2020
สารวันสันติสากล
1 มกราคม 2020
สันติภาพ คือ
หนทางของความหวัง:
การเสวนา การคืนดีกัน
และการกลับใจ
ดูแลระบบนิเวศ
ต้องมุ่งสร้างสันติภาพ


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 2 และ3
หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร
ภาคที่ 2 และ3
 


ประมวลหลักคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร ภาคที่ 1
หนังสือแปล
Compendium...
ประมวลหลักคำสอน
ด้านสังคมของ
พระศาสนจักร ภาคที่ 1



หนังสือ Jesus CEO :  พระเยซูเจ้า นักบริหารชั้นนำ
หนังสือแปล
Jesus CEO :
พระเยซูเจ้า
นักบริหารชั้นนำ



หนังสือ เส้นทางสู่สิทธิมนุษยชนศึกษา
หนังสือ เส้นทางสู่
สิทธิมนุษยชนศึกษา


พระสมณสาสน์ความรักในความจริง : Caritas in Veritate
หนังสือแปล
Caritas in Veritate :

พระสมณสาสน์
ความรักในความจริง



โปสเตอร์ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ พ.ศ.2532
โปสเตอร์
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก
แห่งสหประชาชาติ
พ.ศ.2532


เว็บเพื่อนบ้าน

แวดวงต่างประเทศ

Pax Christi International - PCI

ACPP - Hotline Asia


ดูเว็บอื่นๆ ในหมวด

เว็บน่าสนใจ

เว็บด้านสิทธิฯ

ข่าวสาร/บันเทิง

หน่วยงานองค์กรคาทอลิก

ฤา ไทยจะเดินรอยตามประเทศอาร์เจนตินา พิมพ์
Thursday, 01 June 2006

ฤา…ไทยจะเดินรอยตาม... ประเทศอาร์เจนตินา

โดย อัมรินทร์ คอมันตร์


ประมาณ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีอาร์เจนตินาขณะนั้น คือ นายอัลฟองซีน ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง เขาต้องการที่จะพัฒนาอาร์เจนตินาให้เป็นประเทศชั้นนำอันดับหนึ่งของทวีปอเมริกาใต้ จึงเสนอโครงการพัฒนาต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่เคยปรากฏมาก่อนในอาร์เจนตินา เช่น การปฏิรูประบบราชการ การเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองแผ่นดิน การเอารัฐวิสาหกิจออกมาขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือให้สัมปทานการเปิดเสรีการค้า ฯลฯ

Imageเมื่อแผนพัฒนาประเทศดังกล่าวถูกนำสู่สาธารณชน และเข้าสู่สภาฯ ปรากฏว่าได้รับการต่อต้านจากประชาชนและฝ่ายค้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผู้นำฝ่ายค้าน – นายคาร์ลอส เมเนม ได้กล่าวหาว่า นายอัลฟองซีน และพรรคพวก ว่าเป็นคนขายชาติ ขายแผ่นดิน มีผลให้นายอัลฟองซีนต้องหลุดจากตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนที่จะครบวาระ

หัวหน้าฝ่ายค้านซึ่งเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดี ต่อจากนายอัลฟองซีน ได้พยายามสร้างและหาความนิยมจากประชาชน เพื่อที่ตนเองจะได้ชนะการเลือกตั้งที่จะมีต่อไปในอนาคต กล่าวคือ อะไรที่ อัลฟองซีนทำ เขาบอกว่าจะไม่ทำ จะคิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อประชาชน และประเทศ เขาได้บริหารประเทศโดยใช้นโยบาย ลด แลก แจก แถม หรือที่เรียกทั่วๆ ไปว่า “ประชานิยม” คือเอาเงินภาษีอากรของประชาชน มาใช้ในการหาเสียงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อการเลือกตั้งมาถึง พรรคการเมืองของนายเมเนม ประสบชัยชนะอย่างขาดลอย ครองเสียงข้างมากในสภาฯ เข้าคุมประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ ฝ่ายค้านหมดน้ำยาทันที ชัยชนะที่ได้มานั้น มาจากปัจจัยที่สำคัญ เช่น การใช้เงินซื้อเสียงด้วยวิธีการต่างๆ การใช้นโยบายหลอกล่อประชาชนให้หลงเชื่อ และการทำลายฝ่ายตรงข้าม

ครั้นเข้ามาบริหารประเทศผ่านไปเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ สื่อต่างๆ ของอาร์เจนตินา ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของรัฐบาลนายเมเนม สื่อโทรทัศน์ของรัฐและเอกชนถูกสั่งโดยทางตรงและทางอ้อมให้ปิดหูปิดตาประชาชนเสมอ หน้าที่หลักคือ สรรเสริญ สนับสนุนรัฐบาล วันๆ ให้ประชาชนมัวเมากับฟุตบอล และการพนัน สื่อหนังสือพิมพ์ถ้าฉบับไหนวิจารณ์รัฐบาลจะถูกงดการให้เงินโฆษณาจากรัฐวิสาหกิจ หรือกิจการของนักธุรกิจการเมืองฝ่ายรัฐบาล

ปี ๒๕๓๗ เขาออกแผนพัฒนาเศรษฐกิจหลักการเดียวกับกฎหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจ ๑๑ ฉบับของไทย หรือกฎหมายขายชาติที่สื่อเรียกกัน นำมาใช้ในการบริหารประเทศอาร์เจนตินา แผนหลักสำคัญๆ เช่น การแปรรูป(ขาย)รัฐวิสาหกิจ การเปิดเสรีการค้า การให้สิทธิต่างชาติซื้อแผ่นดิน การปฏิรูประบบราชการ การยกเลิกแก้ไขกฎหมายที่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในชาติ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่นายเมเนม เคยต่อต้านในช่วงที่ตนเองเป็นฝ่ายค้าน แต่พอมีอำนาจกลับนำมาใช้ เพราะเห็นว่าสามารถสร้างความร่ำรวยให้แก่ตนเองและพรรคพวกได้

การขายรัฐวิสาหกิจ เขาใช้สื่อต่างๆ หลอกลวงประชาชนว่า รัฐวิสาหกิจเป็นภาระของรัฐบาล มีการโกงกิน การบริหารไร้ประสิทธิภาพ ต้องแปรรูปเอาหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือไม่ก็ขายสัมปทาน ซึ่งความจริงแล้วรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่มีกำไรและนำเงินเข้าสู่รัฐเพื่อนำมาใช้สอยสร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่ประชาชน แค่ปรับปรุงและปราบการโกงกินก็ย่อมทำได้แต่ไม่ทำ เพราะถ้าเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์จะสามารถปันเงินเข้ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวกได้

ภาพจาก www.argentina.indymedia.orgแรกๆ พวกพนักงานรัฐวิสาหกิจ เช่น สหภาพต่างๆ ออกมาคัดค้าน รัฐบาลของนายเมเนม ก็ให้สินบนผู้คัดค้านเหล่านั้นด้วยการขายหุ้นในราคาถูกบ้าง ให้หุ้นฟรีบ้าง สัญญาว่าจะขึ้นเงินเดือน ๒๐ – ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บ้าง จะไม่มีการไล่ออกบ้าง การให้สินบนก็เอาเงินภาษีของประชาชนมาปิดปากการคัดค้านทำให้พวกขายตัวเงียบไปและยอมสยบให้กับรัฐบาล ในที่สุดรัฐบาลแทบไม่ได้ทำตามสัญญาเลย รัฐบาลนายเมเนมได้เอารัฐวิสาหกิจแทบทุกอย่างออกมาขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยเที่ยวหลอกลวงประชาชนว่าไม่ต้องห่วง เพราะรัฐยังถือหุ้นส่วนใหญ่อยู่ และจะไม่ขายให้แก่ต่างชาติ สุดท้ายเขาและพรรคพวกใช้อำนาจบริหารกวาดหุ้น ปั่นหุ้น ทำเงินเข้ากระเป๋าเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งนี้ ยังไม่นับรายได้จากการขายสัมปทานของรัฐโดยตรง

ในที่สุด รัฐวิสาหกิจต่างๆ ก็ตกอยู่ในมือของพวกนักธุรกิจการเมือง และคนต่างชาติ เช่น กิจการประปาตกอยู่ในมือของอังกฤษและฝรั่งเศส ไฟฟ้าตกอยู่ในมือของแคนาดา ฝรั่งเศส และอเมริกา กิจการสายการบินตกอยู่ในมือของสเปน กิจการโทรศัพท์ตกอยู่ในมือของสเปน เป็นต้น

ขอยกตัวอย่างให้เห็นว่าเขานำภัยสู่ประชาชนอย่างไรกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ยกตัวอย่างเช่น ไฟฟ้าและประปา อาร์เจนตินาผลิตไฟฟ้าประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ โดยใช้พลังงานจากน้ำตก ที่เหลือใช้น้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน ซึ่งเกือบทั้งหมดนับว่าเป็นต้นทุนที่ถูกมาก ซึ่งมีอยู่แล้วในประเทศ หลังจากแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ และตกอยู่ในมือของพวกเศรษฐีและต่างชาติแล้ว ราคาค่าไฟเพิ่มขึ้นมาถึงหน่วยละประมาณ ๖.๕๐ บาท เมื่อแปรรูปประปาแล้ว น้ำประปาในอาร์เจนตินาแพงถึงขนาดมีคนเสียชีวิตเพราะขาดน้ำเนื่องจากขอน้ำใครกินไม่ได้ ไม่มีใครให้เพราะน้ำแพง ชาวบ้านถึงกับตั้งศาลเพียงตาไว้ให้ผู้เสียชีวิต ไม่มีประเทศไหนในโลกที่แปรรูปแล้วประชาชนไม่เดือดร้อนและนักการเมืองไม่โกงกิน

โทรศัพท์เมื่อแปรรูปฯ ไปแล้ว ราคาแพงสุดโหด และหุ้นใหญ่ตกไปอยู่ในมือขององค์การโทรศัพท์สเปน ๒ ปีที่ผ่านมา องค์การโทรศัพท์ของสเปนประกาศว่ากำไรของเขาลดลงไป ๑.๓ พันล้านเหรียญสหรัฐ เพราะเหตุการณ์วิกฤตในอาร์เจนตินา คิดดูแล้วกันว่าต่างชาติขนเงินออกจากอาร์เจนตินาเท่าไรเมื่อรัฐวิสาห กิจตกไปอยู่ในมือต่างชาติ

นายเมเนมได้ออกกฎหมายให้ต่างชาติเข้ามาซื้อแผนดินได้ โดยหวังที่จะให้เงินลงทุนมาจากต่างประเทศ ปรากฏว่าต่างชาติได้เข้ามากว้านซื้อที่ดินในรูปแบบต่างๆ (คล้ายๆ กับที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้) จอร์จ โซรอส แค่รายเดียว ซื้อที่ดินในอาร์เจนตินาเกือบล้านไร่ ในช่วงไม่กี่ปีต่างชาติเข้าครองแผ่นดินอาร์เจนตินาถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ สร้างความวิบัติให้แก่สังคมอย่างมหาศาล

การเปิดเสรีการค้าเป็นสาเหตุหนึ่งที่สร้างความวิบัติ พวกนักธุรกิจการเมืองในรัฐบาลนายเมเนม มีผลประโยชน์กับบริษัทข้ามชาติในสาขาต่างๆ เช่น การค้าปลีกค้าส่ง โดยปล่อยและร่วมมือให้ร้านค้าขนาดยักษ์ของต่างชาติเข้ามาทำลายร้านค้าขนาดย่อมขนาดเล็ก สร้างความหายนะให้แก่คนอาร์เจนตินานับล้านๆ คน นอกจากนั้น กิจการภาคบริการก็ถูกต่างชาติยึดอีก คนชั้นกลางของอาร์เจนตินาต้องกลายเป็นคนจนเพียงเวลา ๒-๓ ปี นับแต่นายเมเนนบริหารประเทศ

วิธีบริหารประเทศของนายเมเนมนั้น ใช้คอร์รัปชั่นเชิงนโยบายบริหารประเทศเป็นหลัก มือข้างหนึ่งเขาจะใช้กลยุทธ์การบริหาร และการ ตลาด ตลอดจนการประชาสัมพันธ์หลอกลวงประชาชนด้วยโครงการต่างๆ เพื่อให้ตายใจ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งเขาจะหยิบเอาสมบัติของคนทั้งชาติ เช่น รัฐวิสาหกิจไปปั่นหุ้นขายหาเงินเข้ากระเป๋าตนเองและพรรคพวก สมคบกับต่างชาตินำทุนข้ามชาติมาทำลายทุนใหญ่น้อยในชาติ กู้เงินมาลงทุนสร้างโครงการที่ไม่มีความจำเป็น เช่น สนามบิน เป็นต้น เพื่อที่จะได้ค่าใต้โต๊ะเป็นการตอบแทน

ในช่วงรัฐบาลนายเมเนม มีหลายคนออกมาเตือนว่าระวังประเทศอาร์เจนตินาจะเป็นเหมือนอย่างประเทศบราซิล ซึ่งประสบความหายนะมาก่อนอาร์เจนตินาประมาณ ๒ - ๓ ปี แต่รัฐบาลนายเมเนมกลับบอกประชาชนว่า อาร์เจนตินาไม่มีวันประสบกับหายนะอย่างบราซิลเพราะเราเดินมาถูกทางแล้ว ไม่ว่าชาติมหาอำนาจ หรือ IMF ก็บอกอย่างนั้น พวกที่บอกว่าอาร์เจนตินาจะหายนะเหมือนบราซิลเป็นพวกโง่

ภาพจาก www.argentina.indymedia.orgเมื่ออาร์เจนตินาประสบความหายนะมีอะไรเกิดขึ้นที่คนไทยควรจะรู้ไว้ก็คือ ประธานาธิบดีเมเนมถูกขับออกจากตำแหน่ง เขาหิ้วกระเป๋าไปแต่งงานกับมหาเศรษฐีสาวชาวเปรู(เป็นมหาเศรษฐีได้อย่างไรคิดดูเองก็แล้วกัน) อายุต่างกันประมาณ ๒๐-๓๐ ปี วันนี้มีลูกคนหนึ่งแล้ว

ชาวอาร์เจนตินาตกงานนับล้านๆ คน รัฐบาลสั่งห้ามคนอาร์เจนตินาถอนเงินฝากของตน นอกจากเอามาใช้ซื้ออาหารกินเดือนละ ๑,๒๐๐ เปโซ เด็กในเมืองหลวงนับล้านคนไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ เพราะรัฐไม่มีเงินช่วยเหลือ ประเทศอาร์เจนตินามีพลเมืองแค่ ๓๗ ล้านคน แต่ผู้คนและเด็กอดอาหาร ทั้งๆ ที่อาร์เจนตินาผลิตอาหารเลี้ยงคนได้ถึง ๒๐๐ ล้านคน แต่เนื่องจากแผ่นดินการเกษตรตกอยู่ในมือต่างชาติ จึงผลิตเพื่อการส่งออก อาชญากรรมระบาดไปทั่ว กิจการต่างๆ ของคนในชาติเป็นจำนวนมากต้องถูกยึด หรือปิดตัวเอง ผู้หญิงต้องทำแม้กระทั่งตัดผมของตัวเองแลกอาหาร เด็กอดอาหารตายเป็นจำนวนมาก

การที่ใครก็ตามออกมาพูดเรื่องอาร์เจนตินา ไม่ได้หมายความว่า เขาต้องการให้ประเทศไทยเป็นแบบอาร์เจนตินา หรือพูดให้คนตกอกตกใจและสับสน แต่ที่เขาเอาอาร์เจนตินามาพูดนั้นก็เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้บริหารประเทศและประชาชนได้ตระหนักว่า เรามีตัวอย่างประเทศที่เขาเดินไปสู่ความวิบัติอย่างไร ถ้าเราไม่อยากวิบัติอย่างเขา เราก็ไม่ควรจะเดินตามรอยเขา แล้วไปลงเหวนรก ประชาชนจึงต้องมีจิตสำนึกออกมาป้องกันผู้บริหารประเทศ และนักการเมืองชั่วๆ บางคนที่กำลังแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบก่อนที่ประเทศไทยจะเกิดความวิบัติ

ใครที่มีเพื่อนเป็นคนอาร์เจนตินาลองไปถามได้ว่า ที่เขียนมาทั้งหมดมีอะไรไม่เป็นความจริงบ้าง มีตรงไหนที่แสดงความโง่บ้าง ประเทศอาร์เจนตินาใหญ่กว่าประเทศไทย ๕ เท่า มีประชากรแค่ ๓๗ ล้านคน มีน้ำมัน น้ำตก ก๊าซ ถ่านหิน และพื้นดินที่สมบูรณ์ ในช่วงรัฐบาลนายเมเนม GDP เคยขึ้นถึง ๘ - ๙ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขสวยมากทุกตัว เพราะเขาขายทุกอย่าง โกงทุกอย่าง ปิดหูปิดตาประชาชนทุกอย่าง แม้แต่ทหารซึ่งเคยเป็นดุลถ่วงพวกนักการเมือง ก็ยอมอยู่ใต้อุ้งมือนักการเมือง ไม่กล้าคิดจะปกป้องประเทศชาติและประชาชน ถูกตัดกำลังแทบจะมีไว้สำหรับเฝ้าทำเนียบ หรือเดินสวนสนามเท่านั้น

คนเราอาจจะหลอกคนบางคนได้ในบางเวลา แต่จะหลอกทุกคนไปตลอดเวลาไม่ได้หรอก ความวิบัติของประเทศจะไม่เกิดขึ้นถ้าผู้บริหารประเทศและประชาชนมีความสำนึก ผูกพัน และหวงแหนแผ่นดิน สมบัติของชาติ รัฐวิสาหกิจ สิทธิและผลประโยชน์เรื่องการทำกินของคนในชาติ ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลต้องทำหน้าที่รับใช้ประชาชน ระบอบเผด็จการเท่านั้นที่รัฐบาลแสดงอำนาจกับประชาชน ระบอบนี้ไม่ควรมีอยู่บนแผ่นดินไทยแม้แต่วันเดียว

(จาก เล่าเรื่องอาร์เจนตินา : อัมรินทร์ คอมันตร์ น.ส.พ.มติชน วันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ หน้า ๗)


อัมรินทร์ คอมันตร์ นักธุรกิจซึ่งเคยไปทำธุรกิจในประเทศอาร์เจนตินา มีประสบการณ์ในช่วงที่อาร์เจนตินาประสบภาวะวิกฤติในประเทศ เป็นแกนนำ 45 องค์กรพันธมิตรคัดค้านกฏหมายขายชาติ และแกนนำคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ


ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >