|
ไตร่ตรองเรื่องวิกฤติโลกร้อน - อัจฉรา สมแสงสรวง |
|
|
Thursday, 13 September 2007 |

ไตร่ตรองเรื่องวิกฤติโลกร้อน
อัจฉรา สมแสงสรวง
ในการประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนา เมื่อวันที่ ๒๖ – ๒๗ เมษายน ๒๐๐๗ ศาสนจักรคาทอลิก โดยองค์ผู้นำ พระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ ๑๖ ทรงเรียกร้องให้ทุกคนเคารพสิ่งสร้าง และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องร่วมมือกันเพื่อให้วาระการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นวาระสำคัญยิ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืนในศตวรรษที่ ๒๑ ทั้งนี้ ประชากรทุกเผ่าพันธุ์ ทั้งที่กำลังสาละวนกับการทำสงคราม อันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมือง หรือไม่ก็ตาม ต่างกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากอากาศที่ร้อนขึ้นหรือเย็นลงอย่างยาวนาน จนดูเหมือนว่าเป็นรอบของธรรมชาติที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคน้ำแข็งใหม่ โดยที่มนุษย์แทบไม่รู้สึกตัว
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
การค้าเสรี กับคำสอนด้านสังคม |
|
|
Monday, 30 October 2006 |
|
ปิดเล่ม
การค้าเสรี กับคำสอนด้านสังคมอัจฉรา สมแสงสรวง ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องด้านสังคม
ตลอดเวลาแห่งประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เราไม่สามารถขจัดคำที่เรียก อาณานิคม ออกไปได้ การล่าอาณานิคม หรือการเข้าครอบครอง และการตกเป็นเมืองขึ้น เป็นไปเพื่อจุดเป้าหมายทางศาสนา ทางทหาร การเมือง และทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเป้าหมายหลังสุดนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่ทศวรรษที่ 60 เป็นต้นมา เมื่อโลกตะวันตกที่เลือกแนวพัฒนาประเทศแบบเสรีนิยม ได้ใช้นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจมาเปลี่ยนวัฒนธรรมการผลิตเพื่อกินเพื่อใช้ เป็นการผลิตเพื่อขายเพื่อผลกำไร และเพื่อผลประโยชน์กลับคืนสู่กลุ่มคนหยิบมือเดียว ซึ่งคนเหล่านี้มีโอกาสมากกว่าในระดับสังคม เข้าถึงแหล่งทุนและแหล่งเทคโนโลยีได้ง่ายกว่า การได้เปรียบทางการผลิตที่เหนือกว่านี้ทำให้ต่างก็เร่งผลิตกันมากมาย ไม่ช้าไม่นานก็เกิดการผลิตล้นตลาดจำเป็นต้องหาตลาดมารองรับผลผลิตส่วนเกิน และเมื่อแหล่งวัตถุดิบในประเทศของตนเริ่มร่อยหรอ จำเป็นต้องหาแหล่งวัตถุดิบในราคาถูก ซึ่งต้องมองออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศยากจนที่ยังมีแหล่งวัตถุดิบราคาถูก และเป็นตลาดรองรับผลผลิตส่วนเกิน ซึ่งกลไกที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือแก้ไขภาวะล้นเกินของสินค้า และการดึงกลับซึ่งทรัพยากร รวมทั้งต้นทุนราคาถูกก็คือ การค้าระหว่างประเทศ และหากเกิดความขัดแย้งขึ้นมา ประเทศที่มีพละกำลังทางทุนนิยมสูงกว่า ก็จะใช้เงื่อนไขทางการเมืองหรือทางทหารเข้ามาแทรกแซง โดยอ้างว่ามาแก้ไขความขัดแย้ง และเพื่อดูแลผลประโยชน์ของคนในชาติที่เข้าไปอยู่ในประเทศคู่ขัดแย้ง ในที่สุดสถานภาพของประเทศคู่ค้านั้น ก็คืออาณานิคม ซึ่งบทเรียนอันขมขื่นที่ประเทศเคยตกเป็นอาณานิคมได้รับ คือ ถูกดูดกลืนทรัพยากรธรรมชาติ ถูกยัดเยียดให้ซื้อสินค้า รวมทั้งการจำต้องรับเอาวัฒนธรรมของประเทศที่เหนือกว่าเข้ามาด้วย ในขณะที่คนในชาติของตนเองต้องตกอยู่ในสภาพที่ยากจน และด้อยโอกาสทางสังคมในหลายๆ ด้าน
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
สันติภาพและการคืนดี (Peace and Reconciliation) อัจฉรา สมแสงสรวง |
|
|
Thursday, 06 July 2006 |
สันติภาพและการคืนดี (Peace and Reconciliation)
อัจฉรา สมแสงสรวง ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องด้านสังคม
สันติภาพ
หากเราถูกถามว่า สันติภาพหมายถึงอะไร ก็คงจะมีหลายคำตอบที่อธิบายภาวะแห่งสันตินั้น อาทิ ภาวะไร้สงคราม ความผสานกลมกลืน ความปรองดอง ความเงียบสงบ ความเยือกเย็น ความแจ่มใส ความไม่กังวล ความพอใจ และยอมรับสภาพของตนเอง ฯลฯ แต่สันติภาพที่แท้จริงนั้น อยู่สูงกว่าและลึกซึ้งกว่าภาวะความสงบทั้งในระดับส่วนตัวและสังคม และสันติภาพมิใช่เรื่องของโครงสร้างและกลไก (นิติบัญญัติ การเมือง เศรษฐกิจ) แต่เป็นเรื่องของประชาชนผู้สร้างสันติ สันติภาพที่แท้จริง เกิดขึ้นจากการยอมรับว่า เรามนุษย์มาจากพระเป็นเจ้าองค์เดียวกัน และเป็นพี่น้องกัน(มธ.25:40) นั่นหมายถึง คนไม่ดี คนไม่น่ารัก คนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย คนยากจน และคนต่ำต้อยอื่นๆ ก็เป็นพี่น้องของเรา ใครที่ตีตัวออกห่างจากคนเหล่านี้ ใครไม่สนิทกับผู้อื่น ก็เท่ากับเขากำลังตีตัวออกห่างหรือไม่สนิทกับพระเยซูคริสต์ เช่น คำว่าสันติภาพในภาษาฮีบรู คือ Shalom เป็นคำกล่าวทักทายกันในปาเลสไตน์สมัยของพระเยซูเจ้า ที่แสดงออกถึงความปรารถนาดีให้แก่ผู้รับว่า ขอให้ปลอดภัย ในพระคัมภีร์ของชาวยิว shalom หมายถึง ความผาสุข ซึ่งเป็นการขอให้คุณได้รับพระพรในสิ่งที่ดี หรือในพี่น้องมุสลิม คำว่า Salaam คือสันติภาพ ซึ่งเป็นคำที่ใช้ทักทายเมื่อเจอกัน หมายถึงขอให้สันติอยู่กับท่าน ซึ่งแสดงออกถึงความปรารถนาดีที่มีต่อกัน |
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
อาสาสมัคร บทสะท้อนความรักเพื่อนบ้าน |
|
|
Friday, 30 June 2006 |
ปิดเล่ม อัจฉรา สมแสงสรวง ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องด้านสังคม
อาสาสมัคร บทสะท้อนความรักเพื่อนบ้าน การเป็นอาสาสมัครในทัศนะของชาวคริสต์ มี 2 บทบาทที่สำคัญ บทบาทแรก เป็นการเดินตามพระเยซู - ชาวนาซาเร็ธในฐานะศิษย์ที่เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนคริสตชน บทบาทที่สอง ในฐานะพลเมืองผู้ทำงานร่วมกันกับผู้อื่นเพื่อสร้างสรรค์สังคม และเพื่อความดีส่วนรวมของทุกคน แนวคิดของการเป็นอาสาสมัครมิใช่เรื่องการเป็น ' ฮีโร่ ' การอุทิศตนเป็นอาสาสมัคร เป็นผลสืบเนื่องมาจากแรงจูงใจคริสตชน และปรากฏเป็นภาคปฏิบัติของการทำงานในฐานะที่เป็นพลเมือง ซึ่งผูกเรื่อง 2 เรื่อง เข้าด้วยกัน คือความรับผิดชอบและการเสียสละอุทิศตนเพื่อความยุติธรรม
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
รากฐานความคิดและการทำงานของพระเยซูเจ้าต่อสังคม : อัจฉรา สมแสงสรวง |
|
|
Monday, 12 June 2006 |
|
รากฐานความคิดและการทำงานของพระเยซูเจ้าต่อสังคม
อัจฉรา สมแสงสรวง
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ
พระคัมภีร์ "ชาวสะมาเรียผู้ใจดี" ปฐมบทต่อพันธกิจด้านสังคม
การจะเข้าใจคำสอนของพระศาสนจักรต่อเรื่องสังคมได้อย่างชัดเจน คงต้องกลับไปสู่การเข้าใจกระบวนการทำงานของพระเยซูเจ้า และ"พระวาจา"ที่พระองค์ทรงสอน ซึ่งบทพระคัมภีร์ที่ผู้เขียนได้รับการถ่ายทอดจาก Bro. Anthony Rogers, fsc ชาวมาเลเซียผู้เป็นวิทยากรนำการไตร่ตรองคำสอนด้านสังคมเสมอๆ คือเรื่อง ชาวสะมาเรียผู้ใจดี (ลก. 10 : 25-36)
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|