|
เสวนา ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม (ตอนที่ 5) โดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์ |
|
|
Wednesday, 05 November 2008 |
|
-ตอนที่ 5-
เสวนา
ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม
วันที่ 27 สิงหาคม 2551
ณ ห้องประชุมชั้น 10
อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ผมเชื่อมั่นด้วยความหนักแน่นว่าถ้าเราสามารถประคับประคองไม่ให้ความชั่วร้าย
ความรังเกียจเดียจฉันเกิดขึ้นในจิตใจเรา ก็เท่ากับลดปริมาณความโกรธเกลียดให้เบาบางลง
อย่างน้อยก็ในใจเรา และเชื่อว่าพวกเราทุกคนในที่นี่ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว ช่วยกันภาวนาให้ความเกลียดชัง
รังเกียจจางหายไป ให้ความรักปรากฏขึ้นในใจของเราและเผื่อแผ่ไปยังคนใกล้ชิด
ผมมีความรู้สึกเชื่อมั่นเพียงอย่างเดียวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นบททดสอบความดีงามที่ยิ่งใหญ่ในใจเรา
เราจะไม่เกลียดใคร เราจะไม่โกรธใคร จะเพียรพยายามเป็นที่สุดที่จะทำให้ความรัก
ความปรารถนาดีที่อยู่ในใจเรา มีพลังเพียงพอที่จะช่วยให้ความเกลียดชัง รังเกียจเบาบางลง
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
เสวนา ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม (ตอนที่ 4) โดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์ |
|
|
Wednesday, 29 October 2008 |
|
-ตอนที่ 4-
เสวนา
ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม
วันที่ 27 สิงหาคม 2551
ณ ห้องประชุมชั้น 10
อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ผมอยากจะจบชีวิตนี้ลงด้วยความผ่องใส เบิกบาน
ให้มีชีวิตที่มีความหมาย ความหมายที่ไม่ได้หมายถึงการครอบครอง
ไม่ได้หมายถึงความสำเร็จอะไรที่ยิ่งใหญ่เลย
มีความหมายเพียงแค่ว่าเมื่อเราอยู่บนโลกใบนี้
และเราก็ลาจากโลกใบนี้ไปด้วยความรู้สึกพอใจ เหมือนกับเรานั่งรถเมล์ไป
แล้วลงจากรถเมล์เมื่อถึงบ้าน ไม่ควรแสดงอะไรที่มากมายมหาศาล นอกจากดีใจที่ได้กลับถึงบ้าน
และขอบคุณรถเมล์ ผมไม่รู้จะบอกอะไรมากไปกว่านี้ แต่ความหมายเหล่านี้
ที่ทำให้ผมและภรรยาร่วมกันคิดว่าเราควรจะแสวงหาความรู้อะไรบางสิ่งบางอย่าง
ที่จะเป็นพลังให้เรามีชีวิตอยู่และจบชีวิตลงด้วยความงดงาม ตามคติของชาวอินเดีย
ที่บอกว่าเมื่อเรามีชีวิตมาถึงวันหนึ่ง เราก็มีความสุขที่จะมีชีวิตอยู่ และมีความสุขที่จะจบชีวิตลง
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
เสวนา ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม (ตอนที่ 3) โดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์ |
|
|
Wednesday, 22 October 2008 |
|
-ตอนที่ 3-
เสวนา
ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม
วันที่ 27 สิงหาคม 2551
ณ ห้องประชุมชั้น 10
อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
"ผมมีความฝันเมื่อตอนแต่งงาน
ที่ปรารถนาจะมีลูก ผ่านไป 1 ปี 2 ปี 3 ปี ความฝันก็ไม่จางหายที่อยากจะมีลูก
ความสามารถที่จะทำอย่างอื่นทำได้เกือบทั้งหมด แต่ความสามารถที่จะมีลูก
เป็นพ่อคนไม่สามารถทำได้ และไม่สามารถที่จะเป็นได้เลยจนกระทั่งปัจจุบันนี้
แม้ผมจะไม่มีความรู้โดยตรงว่าคนที่เป็นพ่อเป็นแม่นั้น เป็นอย่างไร
แต่เท่าที่ผมพอระลึกนึกได้ผ่านการสังเกตและสัมผัสจากพ่อแม่ของผม ผมรู้ว่าความเป็นพ่อเป็นแม่นั้นยิ่งใหญ่
ประดุจดังพระผู้เป็นเจ้า
ถ้าใครได้เป็นพ่อเป็นแม่ก็มีสถานะไม่ต่างกับพระผู้เป็นเจ้า
ผมไม่รู้จะแนะนำคุณอย่างไร แต่คุณก็โชคดีกว่าผม ที่คุณจะเป็นผู้ให้กำเนิดผู้อื่น
และเป็นผู้ปกป้องผู้อื่น ให้ชีวิตใหม่แก่ผู้อื่น คุณจะทำอะไรก็ได้ ทำเถอะ
อย่ากังวลเลย อย่ากังวลเพราะผม"
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
เสวนา ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม (ตอนที่ 2) โดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์ |
|
|
Wednesday, 15 October 2008 |
|
-ตอนที่ 2-
เสวนา
ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม
วันที่ 27 สิงหาคม 2551
ณ ห้องประชุมชั้น 10
อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
"ขอพวกคุณได้โปรดให้พรผม ผมไม่สามารถจะทำสิ่งใดได้สำเร็จ
ถ้าบรรดาพวกคุณซึ่งเป็นที่รัก
และคุณก็รักผม ไม่ให้พรผม ผมอยากจะบอกความจริงว่าทำไมผมต้องทำเช่นนี้
ผมสอนพวกคุณจนกระทั่งพวกคุณเชื่อว่าผมมีความรู้ในทางพระพุทธศาสนา
เมื่อพวกคุณสงสัยสิ่งใดๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา พวกคุณก็ถามผม
และผมก็ตอบคุณไป
แต่พวกคุณรู้หรือไม่ ผมละอายแก่ใจเป็นที่สุด ทั้งที่ผมรู้ว่าความโกรธ
ความเกลียดผู้อื่นเป็นความชั่ว ความรัก ความเมตตาอาทรต่อผู้อื่นเป็นความดี
ทั้งที่ผมรู้เช่นนี้ ผมยังมีคนเกลียดอยู่เยอะ
ผมยังไม่สามารถรักเพื่อนมนุษย์หลายคนได้
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะบอกพวกคุณ คือ
ขอให้ช่วยให้กำลังใจผม"
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
เสวนา ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม (ตอนที่ 1) โดย อ.ประมวล เพ็งจันทร์ |
|
|
Friday, 10 October 2008 |
|
-ตอนที่ 1-
เสวนา
ก้าวผ่านความรุนแรงด้วยศาสนธรรม
วันที่ 27 สิงหาคม 2551
ณ ห้องประชุมชั้น 10
อาคารสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
เนื่องจากสถานการณ์สังคมไทยในปัจจุบันที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งและความ
เกลียดชัง
จนถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันจนได้รับบาดเจ็บ และมีผู้เสียชีวิตไปแล้วนั้น
เพียงเพราะมีความคิดเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน
ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการกล่าวหากัน จนเกิดความแตกแยกขึ้นในสังคมไทย
จากที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สงบร่มเย็น
ผู้คนมีจิตใจเมตตากรุณาต่อกัน
แต่ปัจจุบันประชาชนอยู่ท่ามกลางความเกลียดชังและใช้อคติทำร้ายกัน
โดยไม่จำเป็นต้องมีเรื่องโกรธแค้นเป็นการส่วนตัว
เพียงแต่เห็นว่าอยู่คนละฝ่าย
ก็ถือว่ามิใช่มิตรกัน
ซึ่งเป็นการปลูกฝังความรู้สึกเกลียดชังให้เกิดขึ้นในจิตใจ
ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
|
|
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
|
|
|
|
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หน้าถัดไป > หน้าสุดท้าย >>
|
| ผลลัพธ์ 73 - 81 จาก 176 |